นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ออกมาเรียกร้องให้สภาฯ เร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ... ฉบับภาคประชาชน ซึ่งมีประชาชนกว่า 20,000 รายชื่อร่วมกันเสนอกฎหมาย โดยระบุว่าเป็นวาระค้างพิจารณาลำดับแรกในสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุม และไม่ควรปล่อยให้เกิดความล่าช้าจนส่งผลกระทบต่อการคุ้มครองเหยื่อความรุนแรง
ร่างกฎหมายฉบับประชาชน 26 มาตรา ปรับปรุงนิยามความรุนแรง
ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ... ฉบับดังกล่าวมีนางวราภรณ์ แช่มสนิท พร้อมประชาชนจำนวน 23,989 คน เป็นผู้เสนอ ยื่นต่อประธานสภาตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2568 ผ่านขั้นตอนการรับฟังความเห็นมาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว เนื้อหาสาระสำคัญคือการยกเลิก พ.ร.บ. ฉบับเดิมปี 2550 ที่ใช้มาเกือบ 20 ปี ปรับปรุงนิยามความรุนแรงในครอบครัวและบุคคลในครอบครัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพิ่มอำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่และกระบวนการคุ้มครอง กำหนดให้ศาลเยาวชนและครอบครัวมีอำนาจออกคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพทั้งผู้ถูกกระทำและผู้กระทำความรุนแรง รวมถึงจัดระบบช่วยเหลือแบบสหวิชาชีพ โดยให้ความสำคัญกับการตัดสินใจของผู้ถูกกระทำ
ร่างกฎหมายนี้ถูกบรรจุวาระการพิจารณาของสภาตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 และเป็นเรื่องค้างพิจารณาลำดับที่ 1 ในวาระวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุม
ณัฐวุฒิติงรัฐบาลล่าช้า แม้ประกาศให้ความสำคัญ
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงนโยบายให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่ร่างของคณะรัฐมนตรีกลับล่าช้า ทั้งที่มีร่างกฎหมายมากว่า 3 ปีแล้ว และหลักการยกเลิกกฎหมายปี 2550 ก็ไม่แตกต่างจากร่างภาคประชาชน แม้กรอบความคิดในการคุ้มครองอาจแตกต่างกันบ้าง
นอกจากนี้ ยังมีร่างจากภาคการเมืองอื่นๆ เช่น จากนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และ สส.พรรคเพื่อไทย รวมถึงนางสาวภัสริน รามวงศ์ จากพรรคประชาชน ที่ยื่นร่างเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีหลักการทำนองเดียวกัน แต่ร่างของพรรคประชาชนมีการตั้งกองทุนเพื่อการคุ้มครอง ซึ่งถือเป็นกฎหมายการเงินที่ต้องได้รับคำรับรองจากนายกรัฐมนตรี อาจต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม ณัฐวุฒิย้ำว่าไม่ควรนำประเด็นนี้มาเป็นข้อจำกัดในการพิจารณาร่างภาคประชาชนที่ถึงวาระแล้ว
วาระด่วน 3 เรื่องก่อนถึงร่างคุ้มครองครอบครัว
จากการตรวจสอบวาระการประชุมสภาในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 พบว่ามีเรื่องด่วนที่ต้องพิจารณาก่อน 3 เรื่อง ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ..., ร่าง พ.ร.บ.โรงแรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ..., และร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ... หรือกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งวุฒิสภามีการแก้ไขและคาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาลงมติพอสมควร
นอกจากร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวแล้ว ยังมีร่างกฎหมายภาคประชาชนอื่นๆ ที่ค้างพิจารณา เช่น ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพบริหารทรัพยากรบุคคล พ.ศ. ..., ร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพและคุณลักษณะทางเพศ พ.ศ. ..., ร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ..., และร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. ... หากพิจารณาไม่ทันจะค้างวาระไปจนถึงหลังวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเปิดสมัยประชุมหน้า
ณัฐวุฒิหวังสภาฯ เร่งพิจารณา อย่าอุ้มร่างกฎหมายไปศึกษาก่อน
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อไปว่า ประธานสภาฯ ได้เคยประชุมร่วมกับทุกฝ่ายและรับปากว่าจะเพิ่มวันประชุมสภาหากมีกฎหมายภาคประชาชนค้าง แต่ปัจจุบันก็เห็นแล้วว่ามีกฎหมายภาคประชาชนค้างหลายฉบับ และน่าจะพิจารณาไม่ทันในสมัยประชุมนี้ อย่างไรก็ตาม หวังว่าในวันพุธนี้สภาจะใช้เวลาเต็มที่ในการพิจารณากฎหมาย โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมทำหน้าที่ อย่างน้อยขอให้ไปถึงร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวฯ ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญ และหากไปถึงก็หวังให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาโดยเร็วที่สุด อย่าหงายการ์ดขอเลื่อนระเบียบวาระหรืออ้างข้อบังคับขออุ้มร่างกฎหมายไปศึกษาก่อน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในรัฐบาลก่อนๆ เพราะประชาชนจะก่นด่าถึงการทำหน้าที่ของตัวแทนเสียเปล่า



