วิโรจน์ ลุยแจ้งความเอาผิดดิไอคอนกรุ๊ป ฐานหลอกลงทุน
วิโรจน์ แจ้งความเอาผิดดิไอคอนกรุ๊ป ฐานหลอกลงทุน

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2567 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้เสียหายจำนวนหนึ่ง เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อดำเนินคดีกับบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด และพวก ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและกู้ยืมเงินโดยฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527

ผู้เสียหายถูกหลอกให้ลงทุนผ่านระบบ Forex และขายตรง

นายวิโรจน์เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายจำนวนมากที่ถูกบริษัทดังกล่าวชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจเทรด Forex และธุรกิจขายตรงสินค้า โดยอ้างว่าสามารถสร้างผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 20-30 ต่อเดือน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงผิดปกติ ผู้เสียหายหลายรายได้นำเงินเก็บทั้งหมด รวมทั้งกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินและนายทุนนอกระบบมาลงทุน หวังจะได้กำไรก้อนโต แต่สุดท้ายกลับไม่ได้เงินคืน และบริษัทได้ปิดตัวลงอย่างกระทันหัน

ผู้เสียหายรายหนึ่งเล่าว่า เริ่มลงทุนครั้งแรกด้วยเงิน 100,000 บาท หลังจากได้รับผลตอบแทนตามสัญญาในช่วง 2-3 เดือนแรก จึงตัดสินใจลงทุนเพิ่มเป็น 1,000,000 บาท โดยกู้เงินจากธนาคารมา แต่ต่อมาบริษัทหยุดจ่ายผลตอบแทน และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ทำให้เธอต้องสูญเสียเงินทั้งหมดและมีหนี้สินก้อนโต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 50 ล้านบาท

นายวิโรจน์กล่าวว่า เบื้องต้นมีผู้เสียหายที่ยื่นเรื่องร้องเรียนกับตนแล้วประมาณ 30 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท แต่คาดว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่กล้าแจ้งความ เนื่องจากอาจถูกข่มขู่หรืออับอายที่ถูกหลอก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและแม่บ้านที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

“วันนี้ผมนำผู้เสียหายมาแจ้งความเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการกับบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด การกระทำลักษณะนี้เข้าข่ายเป็นขบวนการหลอกลวงประชาชนที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ มีการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการจัดสัมมนา ใช้บุคคลมีชื่อเสียงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ และมีสำนักงานหรูหรา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นธุรกิจที่มั่นคง” นายวิโรจน์กล่าว

เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อผลตอบแทนสูงผิดปกติ

นายวิโรจน์ยังได้เตือนประชาชนให้ระมัดระวังการลงทุนที่เสนอผลตอบแทนสูงเกินจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบ Forex และขายตรง ซึ่งมักจะเป็นธุรกิจที่ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หรือธนาคารแห่งประเทศไทย

“ผมอยากฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 20-30 ต่อเดือนนั้นไม่มีในโลกแห่งความจริง หากมีก็คงเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมายหรือเป็นแชร์ลูกโซ่ ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง หากไม่แน่ใจสามารถสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้” นายวิโรจน์กล่าวทิ้งท้าย