ผู้การพะเยาสั่งลุยเอาผิดโพสต์บิดเบือนโยงคดีแอร์สาว
ผู้การพะเยาสั่งลุยเอาผิดโพสต์บิดเบือนโยงคดีแอร์สาว

พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผบก.ภ.จว.พะเยา สั่งการให้เร่งตรวจสอบต้นตอของการเผยแพร่ข้อมูลและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายโดยไม่มีข้อยกเว้น หลังพบว่ามีการโพสต์ข้อความบิดเบือนข้อเท็จจริง ด้อยค่าชาวพะเยา และพาดพิงประเด็นยาเสพติดเชื่อมโยงกับคดีของแอร์โฮสเตสสาวสายการบินไทยวัย 26 ปี ที่ถูกทางการออสเตรเลียจับกุมที่ท่าอากาศยานนครเมลเบิร์น

ประชุมด่วนเพื่อกำหนดแนวทาง

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ได้เรียกประชุมด่วนตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการ ผู้กำกับการสถานีตำรวจทุกแห่ง ผู้กำกับฝ่ายสืบสวนสอบสวน และฝ่ายกฎหมาย เพื่อร่วมหารือและติดตามแนวทางดำเนินการกับกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายบิดเบือนข้อเท็จจริง ด้อยค่าชาวจังหวัดพะเยา และพาดพิงประเด็นยาเสพติด ซึ่งก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของจังหวัด

รายละเอียดของคดีแอร์สาว

สืบเนื่องจากกรณีหญิงชาวพะเยาซึ่งประกอบอาชีพแอร์โฮสเตสถูกเจ้าหน้าที่ประเทศออสเตรเลียจับกุมในคดียาเสพติดที่ท่าอากาศยานนครเมลเบิร์น หลังถูกพบนำยาเสพติดจำนวนหนึ่งเข้าประเทศ ยังไม่มีสิ่งใดที่บ่งชี้ว่าแอร์สาวอยู่ในขบวนการค้ายาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในสื่อและสังคมออนไลน์ หลังเกิดเหตุได้มีเพจและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางรายนำกรณีดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับจังหวัดพะเยา รวมถึงมีการโพสต์ข้อความพาดพิง ด้อยค่าชาวพะเยา และพาดพิงบุคคลหรือผู้บริหารระดับสูงในจังหวัด โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหรือยังไม่ได้รับการยืนยัน ส่งผลให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและกระทบต่อชื่อเสียงของจังหวัด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การดำเนินการของตำรวจ

พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบต้นตอของการเผยแพร่ข้อมูล ติดตามแอดมินและเพจ Facebook ที่มีการเผยแพร่ข้อมูล และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งข้อมูลดิจิทัลและพยานแวดล้อม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทุกรายโดยไม่มีข้อยกเว้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบเพจเฟซบุ๊กหลายเพจที่เผยแพร่ข้อความพาดพิงจังหวัดพะเยา รวมถึงบุคคลและผู้บริหารในพื้นที่ ซึ่งอาจเข้าข่ายบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือก่อให้เกิดความเสียหาย โดยได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง หากผลการตรวจสอบและพยานหลักฐานมีความครบถ้วนเพียงพอ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องเพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนของกฎหมาย

ขอความร่วมมือประชาชน

พร้อมกันนี้ ตำรวจขอความร่วมมือประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและแชร์ข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ เพื่อป้องกันการสร้างความเสียหายต่อบุคคลและจังหวัด รวมถึงหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย