ศุลกากรช่องจอมบุกทลายคลังอาหารนำเข้าเถื่อนมูลค่า 3.5 ล้าน
ศุลกากรช่องจอมบุกทลายคลังอาหารเถื่อน 3.5 ล้าน

นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม เปิดเผยถึงปฏิบัติการ 'อวสานอาหารหรู' ที่บุกทลายคลังค้าส่งอาหารนำเข้าขนาดใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา โดยพบสินค้าผิดกฎหมายกว่า 15,000 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 3,500,000 บาท

สินค้าเถื่อนปนอาหารหมดอายุไร้ อย.

ในการตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบสินค้าประเภทอาหารกระป๋อง ซอส เครื่องปรุง ขนม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอื่นๆ ซึ่งบางส่วนลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ไม่มีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และยังพบสินค้าหมดอายุปนอยู่ด้วย

คลังเก่าแก่ 10 ปี ครบวงจรทั้งค้าส่งค้าปลีกออนไลน์

คลังดังกล่าวเปิดกิจการมานานกว่า 10 ปี โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้มีฐานะ และดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ทั้งค้าส่ง ค้าปลีก ค้าออนไลน์ และปรุงสดพร้อมทาน ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม กำลังมีการแพ็กสินค้าส่งให้ลูกค้าทั่วประเทศ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายประสิทธิ์กล่าวว่า 'สิ่งที่รู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก คือเป็นคลังที่เปิดมานาน มีการค้าครบวงจร แต่สินค้ากลับไม่มีมาตรฐาน'

เจ้าของร้านอ้างรับสินค้าต่อไม่รู้กฎหมาย

เจ้าของร้านให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ พร้อมอ้างว่ารับสินค้ามาต่ออีกทอดหนึ่ง และไม่ทราบว่าต้องมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานภาครัฐ นายประสิทธิ์ระบุว่า 'ผู้ขายไม่สามารถอ้างถึงความไม่รู้ไม่เข้าใจกฎหมายไม่ได้'

ยกระดับมาตรการป้องกันสินค้าเถื่อน

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกรมศุลกากรที่เน้นย้ำการปกป้องประชาชนจากสินค้าเถื่อน โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่มที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ นายประสิทธิ์กล่าวว่า 'เราจะยกระดับมาตรการในการปกป้องสังคมจากสินค้าเถื่อนอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นของกินของใช้ที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน'

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วยนางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดี และนางสาวลลิตา อรรถพิมล ผู้อำนวยการศุลกากรภาค 2 ได้มอบนโยบายให้ด่านศุลกากรช่องจอมซึ่งดูแล 3 จังหวัดอีสานใต้ ได้แก่ นครราชสีมา สุรินทร์ และบุรีรัมย์ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าเพื่อป้องกันสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่สุจริต

เตือนผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมาย

นายประสิทธิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า 'ขอเตือนผู้ประกอบการว่าจะต้องใส่ใจในการประกอบธุรกิจให้มากขึ้น หากรู้ตัวว่ากำลังทำผิดก็ให้รีบกลับตัวกลับใจ อย่าเห็นแก่กำไรส่วนต่างที่มากเกินไปจนขาดความรับผิดชอบต่อสังคม' พร้อมย้ำว่ากรมศุลกากรยังคงเฝ้าติดตามและเร่งจับกุมอย่างต่อเนื่อง แม้จะยกเลิกเงินรางวัลนำจับแล้วก็ตาม