ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ประหารชีวิตผู้ต้องหา 3 รายในคดีฆาตกรรมนายทวีศักดิ์ หรืออดีตทหารเรือ อายุ 45 ปี เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2565 โดยคดีนี้สร้างความสะเทือนขวัญแก่สังคม เนื่องจากเป็นการฆาตกรรมที่วางแผนอย่างรัดกุมและโหดเหี้ยม
รายละเอียดคดี
ผู้ต้องหาทั้งสามคนคือ นายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 38 ปี นายวิชัย (นามสมมติ) อายุ 42 ปี และนางสาวนิด (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย เหตุเกิดที่บ้านพักในเขตจอมทอง กรุงเทพฯ
ตามคำฟ้องของอัยการ ผู้ต้องหาทั้งสามได้วางแผนลวงผู้ตายมาที่บ้านพัก จากนั้นใช้เชือกและอาวุธมีดสังหาร ก่อนจะนำศพไปทิ้งในคลองบางขุนเทียน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ภายใน 48 ชั่วโมง หลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อม
คำพิพากษา
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันกระทำความผิดโดยมีเจตนาฆ่า วางแผนล่วงหน้า และกระทำการอย่างทารุณ โดยไม่มีเหตุอันสมควร จึงพิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) และ (5) นอกจากนี้ยังให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ทายาทผู้ตายเป็นเงิน 1.2 ล้านบาท
ทนายความของจำเลยแถลงว่าจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตแสดงความพอใจกับคำตัดสินของศาล
ผลกระทบและความเห็น
คดีนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของคดีอาชญากรรมรุนแรงที่ศาลใช้มาตรการสูงสุดเพื่อป้องปรามสังคม อัยการระบุว่า "คดีนี้จำเลยกระทำการอย่างโหดเหี้ยม ไม่มีความเมตตา สมควรได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมาย" ขณะที่นักวิชาการด้านกฎหมายเห็นว่าการประหารชีวิตยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมไทย แต่ในคดีอุกฉกรรจ์เช่นนี้ ศาลจำเป็นต้องใช้ดุลพินิจอย่างเคร่งครัด
สถิติจากกรมราชทัณฑ์ระบุว่า ณ สิ้นปี 2566 มีนักโทษประหารชีวิตในไทย 45 ราย แต่ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มีการประหารชีวิตจริงเพียง 2 ราย เนื่องจากกระบวนการอุทธรณ์และฎีกาที่ใช้เวลานาน รวมถึงกระแสกดดันจากองค์กรสิทธิมนุษยชน



