เกิดเหตุความวุ่นวายในรัฐสภาจอร์เจีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีอิรักลี โคบาคิดเซ กำลังกล่าวรายงานผลการดำเนินงานประจำปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเปิดฉากชกต่อยกัน สะท้อนวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงร้อนแรง
ปะทะกลางห้องประชุม
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดระหว่างการอภิปรายของฝ่ายค้าน ซึ่งใช้โอกาสนี้โจมตีรัฐบาลอย่างหนัก พร้อมกล่าวหาว่ากำลังบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย และทำให้ประเทศเบี่ยงเบนออกจากเส้นทางสู่การเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ก่อนจะบานปลายเป็นเหตุปะทะภายในห้องประชุม เมื่อมีการเดินเข้าหากันและเริ่มรัวหมัด มีทั้งคนที่เข้ามาช่วยและเข้ามาห้าม จนกลายเป็นเหตุตะลุมบอน
ตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน กาคาริอา เพื่อจอร์เจีย ระบุว่า สมาชิกจากพรรครัฐบาล จอร์เจียน ดรีม เป็นฝ่ายเข้าทำร้ายสมาชิกฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีโคบาคิดเซกล่าวโทษฝ่ายค้านว่าเป็นผู้ยั่วยุเหตุการณ์ พร้อมระบุว่า เมื่อฝ่ายค้านไม่มีอะไรจะพูด ก็หันไปใช้คำพูดหยาบคาย ดูหมิ่น และใช้ความรุนแรง
ฝ่ายค้านเหลือเพียงพรรคเดียว
ปัจจุบัน พรรคกาคาริอา เพื่อจอร์เจีย เป็นฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียวที่ยังคงมีสมาชิกอยู่ในรัฐสภา หลังพรรคฝ่ายค้านอื่น ๆ ปฏิเสธผลการเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อปี 2024 โดยอ้างว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส ก่อนประกาศสละสิทธิ์ไม่รับตำแหน่งสมาชิกสภา
วิกฤตการเมืองยืดเยื้อ
ความขัดแย้งทางการเมืองในจอร์เจียดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปลายปี 2024 เมื่อรัฐบาลประกาศระงับการเดินหน้าการเจรจาเพื่อเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากออกมาชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการควบคุมการชุมนุมอย่างเข้มงวด แต่การประท้วงทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ
ขณะเดียวกัน องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนหลายแห่งยังแสดงความกังวลว่า รัฐบาลจอร์เจียได้ผลักดันกฎหมายที่เพิ่มข้อจำกัดต่อเสรีภาพ พร้อมดำเนินมาตรการกดดันผู้ชุมนุม องค์กรภาคประชาสังคม และสื่ออิสระ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการถดถอยด้านประชาธิปไตยในประเทศ



