เจ้าหน้าที่ศุลกากรด่านท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แถลงข่าวการจับกุมนักท่องเที่ยวชาวจีนพร้อมชุดชั้นในใช้แล้วจำนวนมากถึง 10,000 ชิ้น โดยผู้ต้องหาลักลอบนำเข้าสินค้ามือสองประเภทชุดชั้นในสตรีผ่านทางเรือสำราญที่เดินทางมาจากประเทศจีน
รายละเอียดการจับกุม
การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 14.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารชาวจีนรายหนึ่งบนเรือสำราญที่จอดเทียบท่า พบชุดชั้นในสตรีใช้แล้วบรรจุอยู่ในกระเป๋าหลายใบ รวมน้ำหนักกว่า 500 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแหลมฉบังดำเนินคดี
พ.ต.อ.หญิง ดร. อังคณา วรรณพฤกษ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า "ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้รับค่าจ้างจากนายจ้างชาวจีนให้นำชุดชั้นในใช้แล้วเหล่านี้เข้ามาในประเทศไทย โดยมีแผนจะนำไปจำหน่ายต่อในตลาดนัดและร้านค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเนื่องจากสินค้ามือสองประเภทชุดชั้นในเข้าข่ายสินค้าต้องห้ามนำเข้าตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560"
มูลค่าความเสียหายและความเสี่ยง
ชุดชั้นในใช้แล้วที่ยึดได้มีจำนวนประมาณ 10,000 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท หากนำไปจำหน่ายจริงอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทย และที่สำคัญคือความเสี่ยงด้านสุขภาพ เนื่องจากชุดชั้นในใช้แล้วอาจมีเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนัง เช่น โรคกลาก โรคเกลื้อน หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด
นายแพทย์สมชาย วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า "การสวมใส่ชุดชั้นในมือสองที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธีมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อที่ผิวหนัง โดยเฉพาะหากมีบาดแผลหรือรอยถลอกบริเวณอวัยวะเพศ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงได้"
มาตรการป้องกันและบทลงโทษ
เจ้าหน้าที่ศุลกากรย้ำว่าการลักลอบนำเข้าสินค้ามือสองประเภทชุดชั้นในเป็นความผิดตามมาตรา 246 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังผิดตามพระราชบัญญัติการนำเข้าสินค้าที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2562 อีกด้วย
นางสาวกัญญา โรจนวงศ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า "เราจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าทุกประเภทที่นำเข้าทางเรือสำราญ โดยเฉพาะสินค้ามือสองที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ขอให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด"
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามนายจ้างชาวจีนที่อยู่เบื้องหลัง และตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าครั้งนี้ คาดว่าอาจมีขบวนการค้าสินค้ามือสองผิดกฎหมายข้ามชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง



