ไฟป่าเชียงใหม่-ภาคเหนือ พุ่ง 4 เท่า ลุ้นคลี่คลายทันสงกรานต์
สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในจังหวัดเชียงใหม่และ 17 จังหวัดภาคเหนือกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีท่าทีคลี่คลายลงจากการระดมกำลังแก้ไขปัญหาของทุกภาคส่วน ข้อมูลล่าสุดในช่วงเช้าวันที่ 9 เมษายน 2569 ชี้ให้เห็นว่าจุดความร้อนจากไฟป่าและการเผาในพื้นที่พุ่งสูงขึ้นจากเมื่อวานนี้ในช่วงเวลาเดียวกันถึง 4 เท่าตัว สร้างความกังวลอย่างมากต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เตรียมตัวสำหรับเทศกาลสงกรานต์
จุดความร้อนในเชียงใหม่และภาคเหนือเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ
ในจังหวัดเชียงใหม่ จุดความร้อนเพิ่มขึ้นจาก 61 จุดเมื่อวานนี้เป็น 231 จุดในเช้าวันนี้ โดยอำเภอเชียงดาวกลับมาเกิดไฟป่าหนักกว่าพื้นที่อื่นด้วยจำนวน 65 จุด รองลงมาคืออำเภอฮอด 35 จุด อำเภอพร้าว 30 จุด อำเภอแม่แจ่ม 21 จุด อำเภอดอยเต่า 16 จุด อำเภอเวียงแหง 14 จุด และกระจายไปตามอำเภอต่างๆ อีกสองอำเภอ ข้อมูลสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 8 เมษายน พบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีจุดความร้อนทั้งหมด 7,216 จุด
ขณะเดียวกัน ตัวเลขจุดความร้อนใน 17 จังหวัดภาคเหนือก็เพิ่มขึ้น 4 เท่าตัวเช่นกัน โดยล่าสุดพบจุดความร้อน 2,340 จุด แบ่งเป็นเขตป่าอนุรักษ์ 1,485 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 735 จุด และนอกเขตพื้นที่ป่า 120 จุด จังหวัดที่มีสถานการณ์ไฟป่าวิกฤตหนักที่สุดคือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้วยจำนวน 773 จุด รองลงมาคือจังหวัดเชียงใหม่ 231 จุด จังหวัดน่าน 170 จุด จังหวัดตาก 152 จุด จังหวัดลำปาง 150 จุด จังหวัดกำแพงเพชร 14 จุด และกระจายไปยังจังหวัดอื่นๆ
วิกฤตหมอกควันยังคงต่อเนื่องในภาคเหนือ
สถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่ยังคงวิกฤตต่อเนื่อง แม้ว่าคุณภาพอากาศจะดีขึ้นเล็กน้อยในช่วงบ่าย เทศบาลนครเชียงใหม่ยังถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่หนึ่งของโลกสำหรับเมืองที่มีมลพิษทางอากาศ โดยในช่วงเช้าวันที่ 9 เมษายน เวลา 08.00 น. ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 170 ยูเอสเอคิวไอ และค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 อยู่ที่ 82.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้งหกแห่งของจังหวัดเชียงใหม่ระบุว่า ในเขตอำเภอเมืองมีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในช่วงบ่าย ซึ่งสังเกตเห็นดอยสุเทพได้ชัดเจนขึ้น แต่ในช่วงเช้ายังคงพบว่าวิกฤตหมอกควันอยู่ในระดับสีส้มและสีแดง จุดที่สูงที่สุด อยู่ที่ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยดัชนีคุณภาพอากาศ 261 เอคิวไอ และค่าฝุ่นพีเอ็ม 2.5 อยู่ที่ 135.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ลุ้นคลี่คลายทันเทศกาลสงกรานต์
ชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวที่เตรียมตัวจะขึ้นมาท่องเที่ยวในช่วงงานประเพณีปีใหม่เมืองหรือเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นประเพณีหลักและกิจกรรมการท่องเที่ยวสำคัญของภาคเหนือ ต่างต้องลุ้นว่าสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันจะคลี่คลายลงได้ทันช่วงเทศกาลหรือไม่ หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น อาจต้องร่วมกิจกรรมและเล่นน้ำสงกรานต์ท่ามกลางฝุ่นละอองและหมอกควันต่อไป
อย่างไรก็ตาม ชาวเชียงใหม่ยังคงมีความหวัง เนื่องจากในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์มักจะมีพายุฝนฟ้าคะนองเข้ามาช่วยบรรเทาความร้อนและลดปัญหาหมอกควัน โดยเฉพาะในช่วงขบวนแห่พระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง เช่น พระเจ้าฝนแสนห่า ซึ่งตามความเชื่อของชาวเชียงใหม่เชื่อว่าจะช่วยให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ในหลายปีที่ผ่านมา มักมีฝนตกในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเป็นอีกความหวังหนึ่งที่จะช่วยคลี่คลายวิกฤตไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ได้บ้าง



