บุกค้นบ้านผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าโหด ตร.พบอาวุธปืนและยาเสพติด
บุกค้นบ้านผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าโหด พบอาวุธปืนและยาเสพติด

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ หลังจากสืบทราบว่าผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าโหดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา หลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

ผลการตรวจค้นพบของกลางจำนวนมาก

ในการตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวน 50 นัด นอกจากนี้ยังพบยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าจำนวน 500 เม็ด และสารเสพติดประเภทไอซ์อีกจำนวน 200 กรัม ซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าภายในห้องนอนชั้นสองของบ้านหลังดังกล่าว

พลตำรวจตรี สมชาย เกียรติชัยศักดิ์ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า "การตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากคดีฆ่าโหดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ซึ่งผู้ต้องสงสัยเป็นชายอายุ 35 ปี มีหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผู้ต้องสงสัยยังคงหลบหนี เจ้าหน้าที่เร่งติดตาม

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นนั้น ผู้ต้องสงสัยไม่อยู่ในบ้าน คาดว่าหลบหนีไปก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงได้อายัดของกลางทั้งหมดเพื่อนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ และขยายผลหาความเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้อง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำบุคคลในบ้านซึ่งเป็นภรรยาของผู้ต้องสงสัย ให้การว่า สามีของเธอเดินทางออกจากบ้านไปเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน และไม่ทราบว่าหลบหนีไปที่ใด พร้อมทั้งปฏิเสธว่าไม่ทราบว่ามีอาวุธปืนและยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในบ้าน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สถิติคดีฆ่าโหดในพื้นที่เพิ่มขึ้น

จากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พบว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 มีคดีฆ่าโหดเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการแล้วจำนวน 12 คดี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 50% ซึ่งทางตำรวจได้เร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนและติดตามผู้ต้องหาเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พลตำรวจตรี สมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า "เราจะประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่พบเห็นเบาะแสแจ้งข้อมูลมายังสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน"