ตร.คุม 27 ผู้ต้องหาขบวนการพ่อไทยทิพย์ฝากขังศาล ค้านประกันตัว
ตร.คุม 27 ผู้ต้องหาขบวนการพ่อไทยทิพย์ฝากขังศาล ค้านประกัน

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ที่ สน.บางยี่เรือ พ.ต.อ.รัตน์เกล้า อาณานุการ ผกก.สน.บางยี่เรือ สั่งการพนักงานสอบสวนควบคุมตัวผู้ต้องหาขบวนการแจ้งเกิดเท็จหรือ "พ่อไทยทิพย์" รวม 27 คน ประกอบด้วยหญิง 12 คน ชาย 15 คน ขึ้นรถควบคุมไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เขตตลิ่งชัน โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานกำลังจาก สน.ใกล้เคียงวางกำลังอย่างแน่นหนา แบ่งผู้ต้องหาขึ้นรถคุมขัง 4 ชุด 4 คัน แยกหญิงชาย ในกลุ่มผู้ต้องหามีหญิงตั้งครรภ์รวมอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงจัดให้นั่งรถตู้และมีเจ้าหน้าที่ตามประกบ

ปฏิบัติการถอดเกล็ดมังกรกวาดล้างขบวนการพ่อไทยทิพย์

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากปฏิบัติการ "ถอดเกล็ดมังกร" ของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ร่วมกับกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E. ปปท. ปปง. และตำรวจสืบสวนนครบาล โดยศาลได้ออกหมายจับ 40 หมาย และหมายค้น 42 หมาย กลุ่มผู้ต้องหามีเจ้าหน้าที่เขต 1 คน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 คน ซึ่งพบว่ามีการขายแพ็กเกจรับแจ้งเกิดเด็กให้ได้สัญชาติไทยด้วยค่าตอบแทนกว่า 90,000 บาท การขยายผลมาจากการจับกุมนายเฉิน ยินไล สัญชาติจีน สแกมเมอร์ที่ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน 2567

ข้อกล่าวหาและผู้ต้องหา

ผู้ต้องหาทั้ง 27 คนถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นโดยมิชอบและสนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ ยกเว้น น.ส.ศิริพร ซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหามาตรา 157 เพิ่มอีก 1 ข้อหา เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวกลุ่มผู้ต้องหาซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล พ่อคนไทย และพ่อ-แม่ชาวจีน โดยแบ่งหน้าที่กันเป็นขบวนการ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กลุ่มผู้ต้องหาแบ่งเป็น 4 กลุ่ม

กลุ่มแรกเป็นผู้ต้องหาชายชาวไทย มีนายประจวบ ซึ่งเคยตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนอมินีของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด กรณีอาคาร สตง. ถล่ม กลุ่มที่สองเป็นผู้ต้องหาหญิงไทย มี น.ส.ศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต และ น.ส.สุนีย์ เจ้าหน้าที่ (ผู้แจ้งเกิด) โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง กลุ่มที่สามเป็นผู้ต้องหาชายชาวจีน และกลุ่มสุดท้ายเป็นผู้ต้องหาหญิงชาวจีน หนึ่งในนั้นอยู่ระหว่างตั้งครรภ์ เจ้าหน้าที่นำตัวขึ้นรถตู้เป็นคันสุดท้าย

ผู้ต้องหาปิดวาจาไม่ตอบสื่อ

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้ต้องหาในหลายประเด็น เช่น การเป็นนอมินีให้ชาวจีน เหตุร่วมกระทำความผิด โดยเฉพาะนายประจวบที่เคยถูกดำเนินคดีมาก่อนหน้า รวมถึงความเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาวจีน เนื่องจากเป็นคดีที่สองที่พัวพันกับกลุ่มคนจีน นอกจากนี้ยังสอบถาม น.ส.ศิริพร ว่าทำดังกล่าวมาแล้วกี่ครั้ง สิ่งที่ทำเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่ และหน่วยงานต้นสังกัดรับทราบหรือไม่ แต่ผู้ต้องหาทั้ง 27 คนไม่ตอบคำถามแม้แต่คำเดียว ทำเพียงก้มหน้า บางคนใช้เสื้อผ้าห่มปกปิดใบหน้า ก่อนที่ตำรวจจะนำตัวไปฝากขังที่ศาล

ทนายความยอมรับคดีเป็นที่จับตาของประชาชน

นายศรัณญ์ เสือส่อสิทธิ์ ทนายความของนายประจวบและนางเสี่ยว อิ๋ง หวู ชาวจีน กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับมอบหมายเพื่อยื่นประกันตัวทั้งสองคน โดยเตรียมเงินสดไว้แล้วแต่ไม่สามารถระบุจำนวนเงินได้ ขึ้นอยู่กับศาลเรียกหลักทรัพย์ ยอมรับว่าคดีนี้เป็นที่จับตาของประชาชน จึงอาจเป็นไปได้ว่าศาลจะไม่อนุญาตให้ประกันตัว แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ส่วนที่นายประจวบให้การในชั้นสอบสวนว่าตนเข้าใจว่าเด็กที่แจ้งเกิดเป็นลูกของตนเอง ตำรวจจะมีพยานหลักฐานมาหักล้าง ต้องไปชี้แจงในชั้นศาล ส่วนแม่เด็กชาวจีนนั้นเป็นแม่ที่ถูกต้องตามกฎหมายเพราะเป็นผู้คลอดเด็กเอง และยอมรับว่าคดีที่นายประจวบถูกดำเนินคดีก่อนหน้านี้เป็นคนละเรื่องกันไม่เกี่ยวข้องกัน