พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. ให้ชุดจับกุมนำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด และ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. ร่วมกันจับกุมตัว นายนันทวัฒน์ อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดพะเยา ผู้ต้องหา ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” พร้อมของกลางเศษกระเป๋าผ้าลายช้างไทย จำนวน 7 ใบ และเศษผงสีขาวที่สกัดได้จากซับในกระเป๋า บรรจุในถุงพลาสติกใสจำนวน 2 ถุง น้ำหนักรวมถุงละ 0.4 กรัม ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นยืนยันว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน)
สืบเนื่องจากคดีแอร์โฮสเตสสาวขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ได้ประสานข้อมูลตรงถึง ผบ.ตร. กรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย (ABF) ได้ทำการจับกุมตัว (นางสาวมีนา) พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสายการบินแห่งหนึ่ง ขณะเดินทางไปถึงสนามบินเมลเบิร์น พร้อมของกลางเฮโรอีนน้ำหนักประมาณ 900 กรัม ที่ซุกซ่อนมาในซับในกระเป๋าผ้าลายช้างไทย
จากการสืบสวนขยายผลขบวนการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แกะรอยจนพบความเชื่อมโยงและเข้าทำการตรวจค้นห้องพักของ นายนันทวัฒน์ ผู้ต้องหารายล่าสุด ที่หอพักแห่งหนึ่งใน ต.กะมัง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
ผู้ต้องหาสารภาพรีบทำลายหลักฐานเทเฮโรอีนทิ้งชักโครก
นายนันทวัฒน์ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับฝากถุงดำซึ่งภายในมีกระเป๋าผ้าลายช้างไทยซุกซ่อนยาเสพติดจำนวน 6 ใบมาจาก “นายอุทัย” แต่ต่อมาเมื่อทราบข่าวว่าแอร์โฮสเตสสาวถูกจับกุมที่ออสเตรเลีย ตนเกิดความกลัว จึงได้ติดต่อกลับไปหา นายอุทัย ซึ่งปลายทางบอกให้ "จัดการอย่างไรก็ได้" ตนจึงตัดสินใจใช้มีดกรีดทำลายกระเป๋าผ้าทั้งหมด แล้วนำผงเฮโรอีนด้านในไปเททิ้งลงชักโครกภายในห้องพักเพื่อทำลายหลักฐาน จากนั้นได้นำเศษกระเป๋าผ้าและหูหิ้วแยกใส่ถุงดำขับรถตระเวนไปโยนทิ้งตามจุดต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ตำรวจชี้จุดทิ้งหลักฐานพบเศษผ้าและเฮโรอีนหลงเหลือ
พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. นำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดทิ้งทำลายหลักฐาน โดยจุดสำคัญบริเวณริมถนนหมายเลข 4040 ต.จำปา อ.ท่าเรือ พบถุงดำที่ภายในมีเศษกระเป๋าผ้าลายช้างไทยหลงเหลืออยู่จริง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจึงได้ทำการสกัดผงสีขาวที่ติดค้างอยู่ตามเศษผ้า นำมาตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นสารเฮโรอีน
ดำเนินคดีและขยายผลผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกจับกุมและคุมตัวนายนันทวัฒน์ ส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเตรียมขยายผลผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดต่อไป



