ไฟไหม้โรงงานพลาสติกสมุทรสาคร ควันดำปกคลุม เจ้าหน้าที่เร่งสกัด
ไฟไหม้โรงงานพลาสติกสมุทรสาคร ควันดำปกคลุม เจ้าหน้าที่เร่งสกัด

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 มิถุนายน 2567 เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตพลาสติกแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เปลวเพลิงและกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นฟ้าเป็นบริเวณกว้าง สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง

เร่งระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คัน

เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงเทศบาลนครสมุทรสาคร ระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่กว่า 50 นาย เข้าควบคุมสถานการณ์ โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

นายสมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) หัวหน้าชุดดับเพลิง กล่าวว่า "เพลิงไหม้เริ่มจากบริเวณโกดังเก็บวัตถุดิบพลาสติก ซึ่งเป็นวัสดุติดไฟง่าย ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วและมีควันดำจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้โฟมเคมีในการดับเพลิง เนื่องจากเป็นสารไวไฟ"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากควันพิษ

กลุ่มควันดำที่ฟุ้งกระจายไปในรัศมีกว่า 1 กิโลเมตร ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน และปิดประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันควันพิษ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้แจกหน้ากากอนามัยให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมแนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ และสังเกตอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ

นางสาววันเพ็ญ (สงวนนามสกุล) ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง เล่าว่า "ตอนแรกได้ยินเสียงระเบิดดังคล้ายแก๊สระเบิด 2-3 ครั้ง จากนั้นก็เห็นควันดำลอยคลุ้งเต็มไปหมด กลัวมากเพราะบ้านอยู่ใกล้แค่ 200 เมตร ต้องรีบพาลูกหนีออกมา"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สาเหตุเพลิงไหม้อยู่ระหว่างสอบสวน

พ.ต.อ. ธนพล (สงวนนามสกุล) รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุเพลิงไหม้ โดยจะตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในโรงงานและสอบปากคำพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงตรวจสอบว่ามีการจัดเก็บวัตถุดิบอย่างถูกต้องตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่

เบื้องต้นคาดว่าความเสียหายของอาคารและทรัพย์สินมีมูลค่าหลายสิบล้านบาท ขณะที่เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลุกไหม้ซ้ำ

มาตรการป้องกันเหตุซ้ำรอย

นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร กล่าวว่า จะมีการตรวจสอบโรงงานในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะโรงงานที่มีการจัดเก็บสารไวไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่สร้างความตื่นตระหนกให้กับชุมชนเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่จะเร่งสรุปสาเหตุที่แน่ชัดโดยเร็ว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป