เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เกิดเหตุชายวัย 42 ปี คลั่งใช้อาวุธปืนบุกยิงชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลท่าซอม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย เหตุการณ์สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
รายละเอียดเหตุการณ์
ผู้ก่อเหตุคือ นายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ชาวบ้านในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งมีอาการทางจิตเวชและเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชมาก่อน ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้มีอาการคลุ้มคลั่งและใช้อาวุธปืนลูกซองยาวบุกเข้าไปในบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กัน จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างไม่ยั้ง
ผู้เสียชีวิตคือ นายดำรง (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณหน้าอกและลำตัวหลายนัด เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้บาดเจ็บคือ นางสาวสุกัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณแขนขวาและลำตัว อาการสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลหัวไทรอย่างเร่งด่วน
การสอบสวนและติดตามผู้ก่อเหตุ
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวไทร พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการพิเศษได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเร่งติดตามไล่ล่าผู้ก่อเหตุที่หลบหนีเข้าไปในป่าข้างเคียง โดยมีการตั้งจุดสกัดและใช้สุนัขดมกลิ่นช่วยในการค้นหา
พันตำรวจโท สมชาย ใจดี รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.หัวไทร เปิดเผยว่า "ผู้ก่อเหตุมีประวัติรักษาอาการทางจิตเวช และก่อนเกิดเหตุได้มีอาการคลุ้มคลั่งเนื่องจากหยุดรับประทานยา เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย"
สาเหตุและแนวโน้ม
สาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากอาการทางจิตเวชของผู้ก่อเหตุที่กำเริบ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเคยมีประวัติเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชนครศรีธรรมราช และญาติระบุว่าผู้ก่อเหตุหยุดรับประทานยามาหลายวัน ทำให้มีอาการคลุ้มคลั่งและก่อเหตุดังกล่าว
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนที่ยังขาดการติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงซ้ำซากได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการติดตามและให้การดูแลผู้ป่วยจิตเวชอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะนี้
การดำเนินการทางกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และเตรียมออกหมายจับผู้ก่อเหตุในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่า หลังจากจับกุมได้จะดำเนินการสอบสวนและส่งตัวให้ศาลดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ชาวบ้านในพื้นที่หวาดกลัวและขอให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยของชุมชน



