สกัดจับ 2 ผัวเมียเครือข่ายค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ ยึดอาก้า-กระสุนเฉียดหมื่นนัด
สกัดจับ 2 ผัวเมียค้าอาวุธสงคราม ยึดปืน AK47 กระสุน 7,000 นัด

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.บุรภัช บุรีภักดี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี (ฝ่ายความมั่นคง) พร้อมด้วย พ.ต.อ.สานิตย์ ไชยสถิตย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี และ พ.ต.อ.วีรพันธ์ นาคสุข ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเดชอุดม ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายสุรเชฐ อายุ 46 ปี และนางสาวสุพรรษา อายุ 39 ปี สองผู้ต้องหาในเครือข่ายค้าอาวุธสงครามข้ามชาติ พร้อมของกลางอาวุธปืน AK47 (อาก้า) จำนวน 5 กระบอก, ซองกระสุน 5 ซอง และเครื่องกระสุนขนาดต่างๆ รวมทั้งสิ้น 7,118 นัด ประกอบด้วย กระสุนขนาด 7.62 มม. จำนวน 6,450 นัด, กระสุนขนาด 12.7 มม. จำนวน 168 นัด และกระสุนปืนกล M60 จำนวน 500 นัด โดยจับกุมได้พร้อมรถยนต์เก๋งโตโยต้า ทะเบียนจังหวัดระยอง

เบื้องหลังการจับกุม

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากชุดสืบสวนการข่าว สภ.เดชอุดม ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบขนอาวุธสงครามล็อตใหญ่ผ่านเข้ามาในพื้นที่ จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ทราบ พร้อมสั่งการให้สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวนจังหวัดและตำรวจทางหลวง วางแผนดักซุ่มสกัดกั้นบนถนนทางหลวงหมายเลข 24

จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งต้องสงสัยตรงตามที่สายรายงานขับผ่านบริเวณบ้านนากระแซง จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้น พบนายสุรเชฐเป็นคนขับ และมีนางสาวสุพรรษานั่งข้าง เมื่อเปิดท้ายรถออกถึงกับตะลึง พบปืนอาก้าและเครื่องกระสุนสงครามจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ จึงควบคุมตัวมาสอบสวนขยายผล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำให้การของผู้ต้องหา

จากการสอบสวน นายสุรเชฐ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอย่างหมดเปลือก ซัดทอดว่าอาวุธและกระสุนทั้งหมดเป็นของนายวิทยา เพื่อนสนิทที่เคยต้องโทษอยู่ด้วยกันในเรือนจำระยอง โดยหลังจากพ้นโทษออกมา นายวิทยาได้ติดต่อว่าจ้างตนในราคาครั้งละ 10,000 – 20,000 บาท แล้วแต่จำนวน ให้เดินทางมารับอาวุธปืนจากชายไม่ทราบชื่อที่บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เพื่อนำไปแพ็คกิ้งและส่งต่อไปยังปลายทางที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน โดยอาศัยช่องทางขนส่งผ่านบริษัทเอกชน ซึ่งตนเองเพิ่งทำครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ก็มาพลาดท่าถูกจับกุมได้เสียก่อน

ที่มาของอาวุธสงคราม

ด้านแหล่งข่าวทางทหารในพื้นที่เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับอาวุธสงครามล็อตนี้ คาดว่ามีต้นทางลักลอบนำเข้ามาจากประเทศกัมพูชา ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ที่ทาง สภ.วารินชำราบเคยได้รับแจ้งจากบริษัทขนส่งเอกชนว่า พบการซุกซ่อนเครื่องกระสุนปืน AK47 พร้อมด้วยอาหารให้พลังงานสูงและเครื่องใช้เสื้อผ้าทหารกัมพูชาส่งผ่านระบบขนส่งมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยคาดว่าอาวุธเหล่านี้น่าจะถูกเก็บตกมาจากช่วงที่มีการปะทะตามแนวชายแดน เพื่อนำมาจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้ชื่นชอบและสะสมอาวุธสงคราม

ข้อกล่าวหาและดำเนินคดี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกจับกุมพร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหานายสุรเชฐและนางสาวสุพรรษาว่าร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับและขยายผลล้างบางเครือข่ายนี้ ทั้งตัวการใหญ่ต้นทางและผู้รับปลายทางทางภาคเหนือมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป