อัปเดตทริปเที่ยวจิ่วจ้ายโกว 2569 นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเฉิงตูไปง่ายขึ้น สัมผัสธรรมชาติระดับมรดกโลก น้ำใสราวผลึกแก้ว พร้อมพิกัดถ่ายรูปสวยอัปลงโซเชียล!
จิ่วจ้ายโกว 2569 มรดกโลกที่กลับมาสมบูรณ์แบบที่สุด
จิ่วจ้ายโกว หรือแปลตรงตัวว่า หุบเขาเก้าหมู่บ้าน ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองระดับจังหวัดอาป้า ทางตอนเหนือของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน สถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติโดยองค์การยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2535 และเป็นเขตสงวนชีวมณฑลของโลก อ้างอิงจากข้อมูลทางธรณีวิทยา สาเหตุที่น้ำในอุทยานแห่งนี้มีความใสราวกับผลึกแก้วและไล่เฉดสีตั้งแต่ฟ้า ทะเล มรกต ไปจนถึงเหลืองอำพัน เกิดจากปรากฏการณ์ภูมิประเทศแบบคาร์สต์ ที่มีปริมาณแคลเซียมคาร์บอเนตและแร่ธาตุละลายอยู่ในน้ำสูงมาก เมื่อแสงแดดตกกระทบจึงเกิดการหักเหของแสงที่งดงามเกินบรรยาย
แม้ว่าในปี 2560 จิ่วจ้ายโกวจะเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แต่ธรรมชาติได้ใช้เวลาเยียวยาตัวเอง ผนวกกับความพยายามของรัฐบาลจีนในการฟื้นฟูระบบนิเวศ ทำให้ในปี 2569 นี้ จิ่วจ้ายโกวกลับมาสวยงาม สมบูรณ์ และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาด้วยมาตรการฟรีวีซ่าอย่างเต็มรูปแบบ
อัปเดต 2569 นั่งรถไฟความเร็วสูงไปจิ่วจ้ายโกว ง่ายกว่าเดิม 10 เท่า
ในอดีต การเดินทางจากนครเฉิงตูไปยังจิ่วจ้ายโกวถือเป็นบททดสอบความอดทนของนักท่องเที่ยว เพราะต้องนั่งรถบัสนานถึง 8-10 ชั่วโมง ลัดเลาะไปตามหน้าผาสูงชัน แต่สำหรับปี 2569 การเดินทางถูกพลิกโฉมหน้าไปตลอดกาลด้วยรถไฟความเร็วสูงสายเสฉวน-ชิงไห่
สเตปการเดินทางที่สะดวกที่สุดในปี 2569
- ตั้งต้นที่เฉิงตู นั่งรถไฟความเร็วสูงจากสถานี Chengdu East (成都东) ขบวนที่มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ลงที่สถานีใหม่ล่าสุด
- เลือกลงที่สถานี หวงหลงจิ่วจ้าย (Huanglongjiuzhai / 黄龙九寨) ใช้เวลาเดินทางบนรถไฟเพียง 1 ชั่วโมง 40 นาที ถึง 2 ชั่วโมงเท่านั้น (สามารถจองตั๋วล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน Trip.com หรือ 12306 ของจีน)
- ต่อรถบัสเข้าอุทยาน เมื่อถึงสถานีหวงหลงจิ่วจ้าย จะมีรถบัสโดยสารรับส่งนักท่องเที่ยว จอดรออยู่หน้าสถานีเพื่อนั่งต่อไปยังประตูทางเข้าอุทยานจิ่วจ้ายโกว ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (หรือหากต้องการแวะเที่ยวอุทยานหวงหลงก่อน ก็สามารถนั่งบัสไปหวงหลงเพียง 40 นาที)
การเดินทางรูปแบบใหม่นี้ช่วยร่นระยะเวลาเดินทางจาก 1 วันเต็ม ให้เหลือเพียงครึ่งวัน ช่วยให้คุณประหยัดเวลาและมีพลังเหลือเฟือสำหรับการเดินชมความงามของธรรมชาติ
แผนผังตัว Y และ 5 จุดเช็กอินระดับเวิลด์คลาสในอุทยาน
พื้นที่ของอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวมีขนาดใหญ่มากถึง 720 ตารางกิโลเมตร แผนผังการเดินรถบัสภายในอุทยานจะมีลักษณะเป็นรูปตัววาย แบ่งออกเป็น 3 หุบเขาหลัก ได้แก่ หุบเขาซู่เจิ้ง (Shuzheng Valley - แกนกลาง), หุบเขารื่อเจ๋อ (Rize Valley - กิ่งขวา), และ หุบเขาเจ๋อฉาวา (Zechawa Valley - กิ่งซ้าย) คำแนะนำคือให้ใช้เวลาเที่ยวในอุทยานอย่างน้อย 1-2 วันเต็ม โดยนั่งรถบัสของอุทยาน ขึ้นไปที่จุดสูงสุดของแต่ละกิ่ง แล้วค่อยๆ เดินไล่ระดับลงมา
5 แลนด์มาร์กที่คุณต้องแวะถ่ายรูป
- ทะเลสาบห้าดอก - กิ่งขวา จุดที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในจิ่วจ้ายโกว ทะเลสาบแห่งนี้มีความใสระดับ 100% จนสามารถมองเห็นขอนไม้โบราณที่ทับถมอยู่ก้นทะเลสาบได้อย่างชัดเจน สีของน้ำจะเปลี่ยนไปตามมุมที่แสงแดดตกกระทบ ไล่ตั้งแต่สีเหลืองอ่อน เขียวมรกต ไปจนถึงฟ้าเข้ม แนะนำให้เดินไปที่จุดชมวิว Tiger Mouth เพื่อถ่ายภาพมุมสูงที่ครอบคลุมทั้งทะเลสาบ
- น้ำตกไข่มุก - กิ่งขวา น้ำตกที่มีความกว้างกว่า 162 เมตร และสูง 21 เมตร ความมหัศจรรย์คือสายน้ำที่ไหลลดหลั่นผ่านโขดหินและพุ่มไม้ เมื่อกระทบแสงแดดจะแตกกระเซ็นเป็นละอองน้ำสีขาวระยิบระยับราวกับสร้อยไข่มุกที่ขาดร่วงหล่น น้ำตกแห่งนี้ยังโด่งดังจากการเป็นฉากเปิดในซีรีส์อมตะเรื่องไซอิ๋วอีกด้วย
- ทะเลสาบยาว - กิ่งซ้าย นี่คือทะเลสาบที่อยู่สูงที่สุด (3,150 เมตรจากระดับน้ำทะเล) กว้างที่สุด และลึกที่สุดในจิ่วจ้ายโกว ทะเลสาบแห่งนี้ไม่มีทางน้ำออก แต่น้ำจะลดลงจากการระเหยและซึมลงใต้ดินเท่านั้น ทัศนียภาพรอบด้านถูกโอบล้อมด้วยยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี เป็นจุดที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และเงียบสงบในเวลาเดียวกัน
- น้ำตกนั่วรื่อหลาง - จุดตัดตัว Y น้ำตกหินปูนที่กว้างที่สุดในประเทศจีน (กว้าง 320 เมตร) ตั้งอยู่บริเวณจุดศูนย์กลางที่หุบเขาทั้ง 3 มาบรรจบกัน เสียงน้ำที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงกว่า 20 เมตรดังกึกก้องไปทั่วป่า บริเวณใกล้ๆ กันยังมีศูนย์อาหารนั่วรื่อหลาง ซึ่งเป็นจุดแวะพักรับประทานอาหารกลางวันแบบบุฟเฟต์เพียงแห่งเดียวในอุทยาน
- กลุ่มทะเลสาบซู่เจิ้ง - แกนกลาง ก่อนเดินทางกลับสู่ทางออก คุณจะได้พบกับกลุ่มทะเลสาบน้อยใหญ่กว่า 19 แห่งที่เรียงรายลดหลั่นกันเป็นขั้นบันได สลับกับพุ่มไม้และน้ำตกขนาดเล็ก บริเวณนี้ยังมีหมู่บ้านชาวทิเบตซู่เจิ้ง ซึ่งคุณสามารถแวะเข้าไปเช่าชุดพื้นเมืองทิเบตสวยๆ พร้อมจามรี (Yak) ตัวเป็นๆ เพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในราคาเพียงหลักร้อยบาท
ทริคเอาตัวรอด จัดกระเป๋าและป้องกันอาการแพ้ความสูง (AMS)
เนื่องจากอุทยานจิ่วจ้ายโกวและพื้นที่โดยรอบ (รวมถึงสถานีรถไฟหวงหลงจิ่วจ้าย) ตั้งอยู่บนที่ราบสูงทิเบต ความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยอยู่ที่ 2,000 ไปจนถึง 4,000 กว่าเมตร การเตรียมร่างกายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
- อาการแพ้ความกดอากาศ (Acute Mountain Sickness - AMS) หากคุณรู้สึกปวดหัว คลื่นไส้ หรือหายใจไม่ออก ห้ามฝืนเดินต่อเด็ดขาด แนะนำให้เดินให้ช้าลงกว่าปกติ 50% และสามารถหาซื้อกระป๋องออกซิเจนพกพาได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านยาในเมืองก่อนเข้าอุทยาน ราคาประมาณ 20-30 หยวน
- สภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ แม้จะไปในฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ร่วง อากาศบนภูเขาก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว กฎเหล็กคือการแต่งกายแบบเลเยอร์ ใส่เสื้อยืดไว้ด้านใน ตามด้วยเสื้อสเวตเตอร์ และสวมแจ็กเกตกันลม/กันน้ำทับด้านนอก เพื่อให้ถอดหรือใส่เพิ่มได้สะดวกตลอดวัน
- ห้องน้ำในอุทยาน ข่าวดีสำหรับปี 2569 คือห้องน้ำภายในจิ่วจ้ายโกวได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เป็นห้องน้ำเชิงนิเวศที่สะอาดมาก ไม่มีกลิ่น และมีกระดาษชำระบริการ (แต่แนะนำให้พกทิชชู่เปียกส่วนตัวไปเผื่อไว้เสมอ)
สรุปงบประมาณจัดทริปจิ่วจ้ายโกว 2569 ด้วยตัวเอง (5 วัน 4 คืน)
หลายคนคิดว่าการไปเที่ยวมรดกโลกที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้จะต้องใช้เงินเยอะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากคุณวางแผนจองล่วงหน้าและเดินทางเอง งบประมาณจะถูกกว่าการไปกับทัวร์ค่อนข้างมาก นี่คือประมาณการค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อ 1 ท่าน (อิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 หยวน = 5 บาท)
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (กทม. - เฉิงตู) ประมาณ 4,500 - 6,500 บาท (สายการบิน Low-cost)
- ค่ารถไฟความเร็วสูง (เฉิงตู - หวงหลงจิ่วจ้าย ไป-กลับ) ประมาณ 1,500 บาท
- ค่าที่พัก (4 คืน แบ่งเป็นเฉิงตู 2 คืน, ปากทางเข้าจิ่วจ้ายโกว 2 คืน) ประมาณ 3,500 - 5,000 บาท (หาร 2 คน)
- ค่าตั๋วเข้าอุทยานจิ่วจ้ายโกว + ค่ารถบัสอุทยาน (ช่วง High Season ก.ย.-พ.ย.) ประมาณ 1,400 บาท (280 หยวน)
- ค่าอาหารและเดินทางเบ็ดเตล็ด (5 วัน) ประมาณ 3,500 - 4,000 บาท (อาหารท้องถิ่นมื้อละ 100-200 บาท หม้อไฟมื้อใหญ่ 500 บาท)
รวมงบประมาณสุทธิ ประมาณ 14,400 - 18,400 บาท / ท่าน (ไม่รวมค่าของฝากส่วนตัว) หมายเหตุ สามารถชำระเงินแทบทุกอย่างผ่านการผูกบัตร Travel Card ในแอปพลิเคชัน Alipay หรือ WeChat Pay ได้เลยโดยไม่ต้องพกเงินสดให้ยุ่งยาก
บทสรุป
จิ่วจ้ายโกว ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซที่ธรรมชาติบรรจงสร้างสรรค์ขึ้น การได้ไปยืนมองน้ำสีเทอร์ควอยซ์ที่ใสจนเห็นรากไม้ และสะท้อนเงาของภูเขาหิมะ เป็นประสบการณ์ที่ภาพถ่ายนับพันใบก็ไม่สามารถเทียบเท่าการเห็นด้วยตาเปล่าได้ ด้วยการเดินทางที่อัปเดตใหม่ในปี 2569 ที่สะดวกรวดเร็วกว่าเดิม นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่คุณจะเก็บกระเป๋าและออกไปสัมผัสสวรรค์บนดินแห่งนี้ด้วยตัวเอง



