MK Paradise เปิดตัวที่สยามพารากอน ยกระดับสุกี้พรีเมียมด้วยเทคนิค 'ผัดซุป' หม้อต่อหม้อ
MK Restaurants ยักษ์ใหญ่ในวงการสุกี้ของไทย ประกาศเปิดตัวโมเดลใหม่ภายใต้ชื่อ "MK Paradise" ที่สยามพารากอน โดยครั้งนี้ไม่ได้มาในรูปแบบสุกี้หม้อต้มธรรมดา แต่ชูคอนเซปต์ "A Craftsmanship Premium Suki" ที่เน้นความพิถีพิถันและเอกลักษณ์การ "ผัดซุป" แบบสดใหม่หม้อต่อหม้อ เพื่อสร้างมิติของรสชาติที่กลมกล่อมและแตกต่างจากสุกี้ทั่วไป
ไฮไลท์ 'ผัดซุป' ยกระดับรสชาติให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น
ความแตกต่างสำคัญที่ทำให้ MK Paradise โดดเด่นคือขั้นตอนการเตรียมน้ำซุปที่นำมาผัดเพิ่มก่อนเริ่มทาน เพื่อกระตุ้นกลิ่นหอมและรสชาติให้เข้มข้น โดยมีให้เลือกถึง 5 สไตล์ ตามความชอบของแต่ละบุคคล
- ซุปต้นตำรับ: นำส่วนผสมมาผัดจนหอมก่อนเติมซุปหวานรสผักอันเป็นเอกลักษณ์
- ซุปกระดูกหมูไต้หวัน: คั่วเครื่องเทศจีนกับซุปกระดูกหมูเข้มข้น
- ซุปต้มยำมันกุ้ง: คั่วมันกุ้งจนแตกมันก่อนผสานน้ำซุปต้มยำถึงเครื่อง
- ซุปหมาล่าไต้หวัน: ใช้พริกและฮวาเจียวนำเข้า ให้ความเผ็ดชาและหอมน้ำมันพริก
- ซุปสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่น: รสชาติหวานเข้มข้น หอมกลิ่นปลาแห้งและหัวหอม
น้ำซุปเหล่านี้จะเสิร์ฟคู่กับวัตถุดิบระดับพรีเมียม ทั้งเนื้อนำเข้า ลูกชิ้นปั้นสด และน้ำจิ้มสูตรเฉพาะที่ออกแบบมาให้เข้ากับแต่ละซุปโดยเฉพาะ
เมนูคราฟต์ที่ 'มีที่นี่ที่เดียว'
นอกจากสุกี้แล้ว MK Paradise ยังเปิดตัวเมนูใหม่ที่หาทานไม่ได้ในสาขาทั่วไป เช่น
- เนื้อวากิวนำเข้าซอสพริกไทยดำ: เนื้อวากิวคัดเกรดพรีเมียม ผัดด้วยไฟแรงสไตล์ฮ่องกงจนหอมกรุ่น แต่ยังคงความนุ่มชุ่มฉ่ำ
- ก๋วยเตี๋ยวเหอเฟิ่นซอสเสฉวน: เส้นก๋วยเตี๋ยวสไตล์จีนทำสดใหม่ เนื้อเหนียวนุ่ม คลุกเคล้ากับซอสเสฉวนสูตรลับ
- หมวดติ่มซำและก๋วยเตี๋ยวหลอด: ทำสดแบบจานต่อจาน มีให้เลือกทั้งไส้กุ้งทอด, กุ้งสด, หมูแดง และเนื้อปู
- ยำแมงกะพรุนเครื่องเสวย: เมนูเรียกน้ำย่อยที่ใช้แมงกะพรุนคัดเกรด เนื้อกรอบใส คลุกน้ำยำสูตรพิเศษ
- ชุดเป็ดปักกิ่งเอ็มเค: ยกระดับเมนูยอดนิยมด้วยเป็ดคุณภาพดี ทานคู่กับแผ่นแป้งนุ่ม ซอสรสกลมกล่อม และเครื่องเคียงสดใหม่
- หมูกรอบฮ่องกง: คัดเนื้อส่วนพิเศษเพื่อให้ได้หนังที่กรอบกำลังดี แต่เนื้อด้านในยังคงความเด้งชุ่มฉ่ำและหอมมัน
- หมูแดงย่างพรีเมียมสไตล์ฮ่องกง: หมักด้วยสูตรลับจนได้รสหวานเค็มที่ลงตัว เนื้อสัมผัสนุ่มชุ่มฉ่ำแบบต้นตำรับ
ดีไซน์หรูหราสะท้อนชื่อ 'Paradise'
นอกจากเมนูคราฟต์แล้ว การออกแบบร้านก็ยังพรีเมียมกว่าสาขาอื่น โดยใช้โทนสีทองและแดงเพื่อสะท้อนความหรูหรา จุดเด่นคือ Modern Art Installation กลางร้านที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก "เส้นบะหมี่หยก" ผสมผสานกับลวดลายทิวเขาและเพดานโค้งมนคล้ายเมฆ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนกำลังดื่มด่ำกับมื้ออาหารอยู่ในสรวงสวรรค์ตามชื่อ Paradise โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป



