วิกฤตตะวันออกกลางกระทบการบินหนัก! เที่ยวบินนับหมื่นถูกยกเลิก ผู้โดยสารติดค้างหลายหมื่น
วิกฤตตะวันออกกลางกระทบการบิน เที่ยวบินยกเลิกนับหมื่น

วิกฤตตะวันออกกลางป่วนการบินโลก เที่ยวบินนับหมื่นถูกยกเลิก ผู้โดยสารติดค้างหลายหมื่น

สถานการณ์ความขัดแย้งทางทหารที่ดำเนินต่อเนื่องในภูมิภาคตะวันออกกลางได้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศ โดยมีเที่ยวบินจำนวนมากถูกยกเลิกตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้โดยสารหลายหมื่นคนต้องติดค้างและประสบปัญหาการเดินทางอย่างหนัก

สนามบินหลักและสายการบินเผชิญภาวะวิกฤต

ข้อมูลจาก FlightAware.com และ Flightradar24 ระบุว่า มีเที่ยวบินถูกยกเลิกหลายหมื่นเที่ยว โดยสนามบินหลักที่ได้รับผลกระทบสูงได้แก่ สนามบินนานาชาติดูไบ สนามบินอาบูดาบี และสนามบินฮามัดโดฮา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญระดับโลกที่มีผู้โดยสารเดินทางผ่านหลายล้านคนในแต่ละปี

สายการบินหลักในภูมิภาคตะวันออกกลางมีสถานะดังนี้ Emirates ยังคงระงับเที่ยวบินตามกำหนดการทั้งหมดไป-กลับดูไบจนถึงอย่างน้อยเวลา 23:59 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 7 มีนาคม 2569 โดยปัจจุบันดำเนินการเพียงเที่ยวบินช่วยเหลือผู้โดยสารและเที่ยวบินขนส่งสินค้าจำนวนจำกัดเท่านั้น สายการบินแนะนำให้ผู้โดยสารอย่าเดินทางมาสนามบินเว้นแต่ได้รับการติดต่อโดยตรง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

Etihad Airways ระงับเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ตามกำหนดการทั้งหมดจนถึงเวลา 06:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 6 มีนาคม 2569 แต่มีเที่ยวบินเครื่องเปล่าเพื่อไปรับผู้โดยสาร เที่ยวบินขนส่งสินค้า และเที่ยวบินช่วยเหลือผู้โดยสารบางส่วนยังคงดำเนินการอยู่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

Qatar Airways ระงับเที่ยวบินเนื่องจากน่านฟ้ากาตาร์ปิดชั่วคราว อย่างไรก็ตาม สายการบินประกาศว่าจะเริ่มดำเนินเที่ยวบินช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2569 จากมัสกัต ประเทศโอมาน ไปยังลอนดอน เฮทโธรว์ เบอร์ลิน โคเปนเฮเกน มาดริด โรม อัมสเตอร์ดัม และจากริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ไปยังแฟรงก์เฟิร์ต เพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารที่ติดค้าง

รัฐบาลหลายชาติเร่งจัดเที่ยวบินช่วยเหลืออพยพพลเมือง

ขณะที่สายการบินต่างชาติอีกหลายแห่ง เช่น ลุฟต์ฮันซาของเยอรมนี ได้ระงับเที่ยวบินไปยังดูไบ เทลอาวีฟ เบรุต อัมมาน และจุดอื่น ๆ จนถึงวันที่ 6-8 มีนาคม 2569 ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อสายการบินหรือตัวแทนจำหน่ายเพื่อขอเปลี่ยนเที่ยวบินโดยไม่มีค่าธรรมเนียมหรือขอคืนเงินตามนโยบายของแต่ละสายการบิน

รัฐบาลหลายประเทศได้ออกมาตรการช่วยเหลือพลเมืองของตนอย่างเร่งด่วน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกคำเตือนให้พลเมืองอเมริกันในหลายประเทศ รวมถึงอิสราเอล กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุดเนื่องจากความเสี่ยงภัยที่ร้ายแรง โดยให้ลงทะเบียนผ่านแบบฟอร์ม Crisis intake เพื่อรับข้อมูลความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ยังจัดให้มีเที่ยวบินเช่าเหมาลำลำแรกบินรับชาวอเมริกันออกจากภูมิภาคเมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม และคาดว่าจะมีเที่ยวบินเพิ่มเติมอีก

แคนาดา แนะนำให้พลเมืองออกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดยเร็วที่สุด และหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังหลายประเทศในภูมิภาค พร้อมจัดรถบัสจากอิสราเอลไปชายแดนอียิปต์และเที่ยวบินจากกรุงเบรุต สหราชอาณาจักร ให้พลเมืองในบางประเทศลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลอัปเดต และประสานงานกับสายการบินเพื่ออพยพ ออสเตรเลีย เปิดช่องทางฉุกเฉินสำหรับพลเมืองในอิสราเอล อิหร่าน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมเตือนไม่ให้เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง

นิวซีแลนด์ ส่งเจ้าหน้าที่กงสุลและเครื่องบินทหารไปเตรียมพร้อมช่วยเหลือ เช่นเดียวกับหลายประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และสาธารณรัฐเช็ก ที่เริ่มจัดเที่ยวบินช่วยเหลือพลเมืองของตัวเองออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว

สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแต่ความไม่แน่นอนยังสูง

แม้สถานการณ์เริ่มมีสัญญาณคลี่คลายด้วยการเปิดช่องทางบินปลอดภัยบางส่วนและเที่ยวบินช่วยเหลือ แต่ความไม่แน่นอนยังคงมีสูงเนื่องจากความขัดแย้งทางทหารยังดำเนินอยู่ นักเดินทางควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง ติดตามข้อมูลจากสายการบิน สนามบิน และสถานทูตอย่างสม่ำเสมอ และเตรียมแผนสำรองเพื่อความปลอดภัย

วิกฤตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงของความขัดแย้งทางทหารต่อระบบการขนส่งทางอากาศระดับโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจระหว่างประเทศในระยะยาว ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจำเป็นต้องเฝ้าระวังและปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว