สุวรรณภูมิเผยเหตุคิวเช็กอินหนาแน่น หลังไทยปรับนโยบายรับสัมภาระรูปแบบใหม่
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่า ระบบเช็กอินของสนามบินยังคงทำงานได้ตามปกติทุกส่วน โดยไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นจากฝั่งของทางท่าอากาศยาน อย่างไรก็ตาม กรณีที่ปรากฏภาพผู้โดยสารของสายการบินไทยมีคิวสะสมหนาแน่นบริเวณเคาน์เตอร์เช็กอินเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา สร้างความกังวลและความไม่สะดวกให้กับผู้เดินทางจำนวนมาก
สาเหตุหลักจากนโยบายใหม่ของสายการบินไทย
เหตุการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการที่สายการบินไทยได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการรับกระเป๋าสัมภาระเป็นรูปแบบ Piece Concept ซึ่งเป็นการกำหนดจำนวนชิ้นสัมภาระที่ชัดเจน โดยนโยบายนี้เริ่มใช้เป็นวันแรกในวันที่ 2 มีนาคม ส่งผลให้ระบบเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ หรือ CUSS ไม่สามารถพิมพ์ป้ายติดกระเป๋า (Baggage Tag) ผ่านแอปพลิเคชันของสายการบินได้ตามปกติ
จากการประสานงานกับสายการบินไทย ทราบว่าสายการบินได้ดำเนินการทดสอบระบบก่อนเปิดใช้งานจริง และสามารถใช้งานได้ในขั้นตอนทดสอบ อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มใช้งานจริง ระบบของสายการบินเกิดความขัดข้องอย่างไม่คาดคิด ส่งผลให้ผู้โดยสารที่ทำรายการผ่านเครื่อง CUSS ต้องดำเนินการโหลดกระเป๋าที่เคาน์เตอร์เช็กอินตามปกติแทน
ผลกระทบต่อผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศ
ปัญหาดังกล่าวทำให้มีผู้โดยสารรอคิวเป็นจำนวนมากทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ เกิดความแออัดและความล่าช้าในกระบวนการเช็กอิน ซึ่งสร้างความไม่สะดวกอย่างมากต่อผู้เดินทาง ปัจจุบันสายการบินไทยอยู่ระหว่างเร่งแก้ไขปัญหาร่วมกับบริษัทผู้พัฒนาระบบ เพื่อเชื่อมต่อและปรับปรุงการทำงานให้สามารถรองรับนโยบายใหม่ได้โดยเร็วที่สุด
มาตรการช่วยเหลือจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ขณะที่ ทสภ. ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสายการบินไทย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและบริหารจัดการพื้นที่ภายในท่าอากาศยาน เพื่อลดผลกระทบต่อผู้โดยสารให้มากที่สุด ในระยะนี้ ทสภ. แนะนำผู้โดยสารที่เดินทางโดยสายการบินไทยให้เผื่อเวลาเดินทางมายังท่าอากาศยานล่วงหน้ากว่าปกติ และติดตามข้อมูลจากสายการบินอย่างใกล้ชิด เพื่อความสะดวกและไม่ให้กระทบต่อกำหนดการเดินทาง
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังคงเน้นย้ำถึงความพร้อมของระบบเช็กอินและบริการต่างๆ ภายในสนามบิน พร้อมประสานงานอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกสูงสุดให้กับผู้โดยสารทุกท่าน



