บางกอกแอร์เวย์สรายงานกำไรสุทธิ 3,549.2 ล้านบาทในปี 2568 พร้อมแผนขยายฝูงบิน
บางกอกแอร์เวย์ส กำไร 3,549.2 ล้านบาท ปี 2568

บางกอกแอร์เวย์สเผยผลประกอบการปี 2568 กำไรสุทธิแตะ 3,549.2 ล้านบาท

กรุงเทพฯ 27 กุมภาพันธ์ 2569 – บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) ได้รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยมีรายได้รวมสูงถึง 26,067.2 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,549.2 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรแม้เผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

ภาพรวมการดำเนินงานและตัวเลขสำคัญ

ในปีที่ผ่านมา บางกอกแอร์เวย์สให้บริการผู้โดยสารรวม 4.2 ล้านคน ลดลงร้อยละ 2.5 จากปีก่อนหน้า โดยมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยร้อยละ 76.1 สัดส่วนผู้โดยสารในประเทศคิดเป็นร้อยละ 88.7 ของทั้งหมด ขณะที่เส้นทางระหว่างประเทศได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์

นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า ไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว บริษัทได้เพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางยอดนิยม เช่น กรุงเทพฯ–สมุย กรุงเทพฯ–กระบี่ และกรุงเทพฯ–ตราด โดยมีผู้โดยสาร 1.0 ล้านคน ลดลงร้อยละ 3.1 แต่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 เป็น 823.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 441.5 ล้านบาท

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เหตุการณ์สำคัญและแผนการลงทุน

ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินโครงการสำคัญหลายประการ ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • โครงการซื้อหุ้นคืน: ซื้อหุ้นคืนจำนวน 25.7 ล้านหุ้น มูลค่า 361.5 ล้านบาท เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น
  • การโอนสิทธิบริหารสนามบินสมุย: โอนสิทธิใบรับรองให้บริษัทย่อย กรุงเทพบริหารสนามบิน จำกัด (BAM) เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)
  • การสั่งซื้อเครื่องบินใหม่: ลงนามสั่งซื้อเครื่องบิน ATR 72-600 จำนวน 10–12 ลำ จากฝรั่งเศส โดยมีแผนรับมอบตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 ถึงปี 2571 เพื่อปรับปรุงฝูงบิน
  • การเพิ่มเงินลงทุนในบริษัทร่วมและบริษัทย่อย: เช่น การเพิ่มทุนในบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด เป็น 6,000 ล้านบาท และบริษัทอื่นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการประมูลที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

รางวัลและความยั่งยืน

บางกอกแอร์เวย์สยังได้รับรางวัล World’s Best Regional Airline และ Best Regional Airline in Asia จาก Skytrax เป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน พร้อมกับการประเมิน SET ESG Ratings ในระดับ A จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล

นายพุฒิพงศ์สรุปว่า แม้ปี 2568 จะมีอุปสรรคจากภาวะการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว แต่บริษัทยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรผ่านการปรับโครงสร้างฝูงบิน การลงทุนเชิงกลยุทธ์ และการยกระดับมาตรฐานความยั่งยืน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาวและเติบโตอย่างมั่นคง