วิกฤตความตึงเครียดในตะวันออกกลางผลักดันความต้องการเช่าเจ็ตส่วนตัวพุ่งสูง 140%
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบการบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง นับเป็นการหยุดชะงักของการเดินทางทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 เที่ยวบินพาณิชย์จำนวนมากถูกยกเลิกหรือปรับเปลี่ยน เนื่องจากหลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้าชั่วคราวหรือจำกัดการบิน หลังเกิดการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างต่อเนื่อง
ผู้โดยสารติดค้างและความไม่แน่นอนของตารางบิน
ผลกระทบดังกล่าวทำให้ผู้เดินทางหลายหมื่นคนติดค้างอยู่ในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระหว่างยุโรป เอเชีย และแอฟริกา แม้สายการบินพาณิชย์บางแห่งเริ่มกลับมาเปิดเส้นทางบินบางส่วน แต่ตารางบินยังคงไม่แน่นอน ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องเผชิญความล่าช้าและความเสี่ยงในการเดินทาง
ความต้องการเช่าเจ็ตส่วนตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จอห์น แมทธิว ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัทเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว AirX เปิดเผยว่า ความต้องการเช่าเครื่องบินเจ็ตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญมาจากตารางบินของสายการบินพาณิชย์ในบางประเทศที่มีความไม่แน่นอน หรือถูกยกเลิกในระยะสั้น กลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำประกอบด้วย ครอบครัวมหาเศรษฐีระดับโลก บริษัทข้ามชาติที่ต้องย้ายผู้บริหารระดับสูง ทีมนักกีฬา คณะการแสดงหรือโปรดักชันทัวร์ต่างประเทศ
เที่ยวบินเจ็ตส่วนตัวเพิ่ม 10 เท่าและราคาพุ่งสูง
เบอนาร์ดัส โวสเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเช่าเหมาลำ SHY Aviation เปิดเผยว่า ปกติแล้วสนามบินสำคัญในภูมิภาค เช่น มัสกัส ดูไบ และริยาด จะมีเที่ยวบินเจ็ตส่วนตัวประมาณ 10–15 เที่ยว/วัน แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 98 เที่ยวบินภายในวันเดียว ความต้องการที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับจำนวนเครื่องบินที่มีจำกัด ทำให้ค่าเช่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
หนึ่งในเที่ยวบินที่ถูกเปิดเผยคือ การเดินทางของกลุ่มผู้โดยสาร 12 คนพร้อมสุนัขเลี้ยง จากเมืองมัสกัสไปยังเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เที่ยวบินดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง และมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 145,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,616,800 บาท เทียบกับช่วงก่อนเกิดความตึงเครียดเที่ยวบินเดียวกันมีราคาประมาณ 60,000 ดอลลาร์ หรือ 1,910,400 บาท นั่นหมายความว่าค่าเช่าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 142
ปัจจัยที่ทำให้ราคาพุ่งสูงและจุดหมายปลายทางยอดนิยม
สาเหตุของราคาที่พุ่งสูงประกอบด้วยหลายปัจจัย ได้แก่ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จำนวนเครื่องบินที่จำกัด ค่าเบี้ยประกันภัยที่สูงขึ้นในพื้นที่เสี่ยง เครื่องบินส่วนใหญ่ต้องบินกลับโดยไม่มีผู้โดยสาร เพราะทุกคนอยากออกจากตะวันออกกลาง แต่ไม่มีใครอยากเดินทางเข้าตะวันออกกลางในช่วงนี้ เมื่อเครื่องบินต้องบินกลับแบบว่างเปล่า ลูกค้าจึงต้องจ่ายค่าเที่ยวบินทั้งไปและกลับ
ในช่วงแรกของวิกฤต สนามบินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ มัสกัส และ ริยาด เนื่องจากน่านฟ้าและเส้นทางบินยังคงมีเสถียรภาพมากกว่าพื้นที่อื่น อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลัง ดูไบ ก็กลายเป็นจุดออกเดินทางที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีชาวต่างชาติและนักธุรกิจจำนวนมากอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้ เมืองปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ อิสตันบูล ด้วยเหตุผลสำคัญคือ อยู่ใกล้ตะวันออกกลาง มีสนามบินขนาดใหญ่รองรับเที่ยวบินจำนวนมาก สามารถเดินทางต่อไปยังยุโรปได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีเมืองปลายทางอื่นที่ได้รับความนิยม เช่น เอเธนส์ ประเทศกรีซ และ มุมไบ ประเทศอินเดีย
ข้อจำกัดและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการเดินทาง
แม้ว่าการเช่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวจะเป็นทางออกสำหรับผู้มีฐานะสูง ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่า วิธีนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาการเดินทางในวงกว้างได้ สาเหตุสำคัญคือ ค่าใช้จ่ายสูงเกินไปสำหรับผู้โดยสารทั่วไป จำนวนเครื่องบินที่มีอยู่จำกัด ความจุผู้โดยสารมีน้อย เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวโดยเฉลี่ยสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้เพียง ประมาณ 12 คน ขณะที่จำนวนเครื่องบินในภูมิภาคมีเพียง 40–50 ลำ
โวสเตอร์ ระบุว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทของเขาช่วยจัดเที่ยวบินให้ผู้โดยสารออกจากภูมิภาคได้เพียงประมาณ 120 คน ตัวเลขดังกล่าวถือว่า "น้อยมาก" เมื่อเทียบกับผู้เดินทางหลายหมื่นคนที่ต้องการออกจากภูมิภาค ขณะเดียวกัน หลายประเทศกำลังดำเนินมาตรการอพยพพลเมืองของตนออกจากพื้นที่ กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้จัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำมากกว่า 20 เที่ยวบิน เพื่อช่วยอพยพชาวอเมริกันออกจากภูมิภาค
แนวโน้มและผลกระทบในระยะยาว
เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งระบุว่า ขณะนี้สามารถอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ได้แล้วหลายพันคน พร้อมทั้งกล่าวว่า ความพร้อมของเที่ยวบินพาณิชย์ในภูมิภาคเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น แม้ว่าสถานการณ์ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด สถานการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการเดินทางในช่วงวิกฤต ในขณะที่ผู้มีฐานะสามารถจ่ายเงินหลายแสนดอลลาร์หรือหลักล้านบาท เพื่อเดินทางออกจากพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่ยังคงต้องรอเที่ยวบินพาณิชย์ หรือเที่ยวบินอพยพที่จัดโดยรัฐบาล
ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินระบุว่า หากสถานการณ์ในภูมิภาคยืดเยื้อ การเดินทางทางอากาศในตะวันออกกลางอาจเผชิญความปั่นป่วนต่อเนื่องอีกหลายสัปดาห์ ส่งผลให้วิกฤตการบินในภูมิภาคยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด



