สตาร์ทอัพไทยแห่ใช้ AI แก้ปัญหาธุรกิจหลังระดมทุนลดฮวบ
สตาร์ทอัพไทยแห่ใช้ AI แก้ปัญหาธุรกิจหลังระดมทุนลด

สตาร์ทอัพไทยปรับตัวรับวิกฤตระดมทุนด้วย AI

สตาร์ทอัพไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อการระดมทุนในปี 2567 ลดลงถึง 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้หลายบริษัทต้องปรับกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอด โดยหนึ่งในแนวทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ

AI เครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

นายสมชาย วงศ์เจริญ ประธานสมาคมสตาร์ทอัพไทย กล่าวว่า "AI กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถแข่งขันได้ในภาวะที่เงินทุน scarce โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้ในระบบบริการลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล และการบริหารจัดการภายใน ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้มากถึง 30%"

ตัวอย่างเช่น สตาร์ทอัพด้านการเงิน (FinTech) หลายรายหันมาใช้ AI ในการตรวจจับธุรกรรมที่ผิดปกติและประเมินความเสี่ยงด้านเครดิต ขณะที่สตาร์ทอัพด้านสุขภาพ (HealthTech) ใช้ AI ในการวินิจฉัยโรคเบื้องต้นและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

SaaS และบริการเฉพาะทางมาแรง

นอกจากการใช้ AI แล้ว สตาร์ทอัพไทยยังเน้นพัฒนาธุรกิจในรูปแบบ SaaS (Software as a Service) ซึ่งมีต้นทุนต่ำและสามารถปรับขนาดได้ง่าย รวมถึงการมุ่งสู่ตลาดเฉพาะทาง (Niche Market) เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่า

ข้อมูลจากสมาคมสตาร์ทอัพไทยระบุว่า ในปี 2567 สตาร์ทอัพที่พัฒนา SaaS มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 45% ของทั้งหมด จากเดิม 30% ในปี 2566 ขณะที่สตาร์ทอัพที่เน้นตลาดเฉพาะทางมีอัตราการอยู่รอดสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 20%

แนวโน้มการลงทุนใน AI และอนาคตของสตาร์ทอัพไทย

แม้การระดมทุนจะลดลง แต่นักลงทุนยังคงให้ความสนใจกับสตาร์ทอัพที่ใช้ AI อย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในกลุ่มที่สามารถแก้ปัญหาเชิงลึกให้กับอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ เกษตรกรรม การผลิต และโลจิสติกส์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายสมชาย กล่าวเสริมว่า "สตาร์ทอัพที่อยู่รอดในยุคนี้ต้องมีทั้งนวัตกรรมและความยืดหยุ่น AI จะเป็นตัวเร่งให้ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่การปรับตัวให้เข้ากับตลาดก็สำคัญไม่แพ้กัน"

ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2568 การใช้ AI ในสตาร์ทอัพไทยจะเพิ่มขึ้นอีก 60% โดยเฉพาะในด้านการตลาดและการขาย ซึ่งจะช่วยให้สตาร์ทอัพสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น