Apple สร้างประวัติศาสตร์ ครองตำแหน่งผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนโลกไตรมาสแรกปี 2026
รายงานล่าสุดจาก Counterpoint Research เปิดเผยว่า Apple ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นด้วยการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดสมาร์ทโฟนโลกประจำไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 โดยมียอดการจัดส่งเติบโตสวนทางกับภาพรวมตลาดที่กำลังหดตัวลงอย่างรุนแรง ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั้ง DRAM และ NAND ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทั่วโลก
ความแข็งแกร่งของระบบนิเวศและความต้องการ iPhone 17 ที่พุ่งสูง
ความสำเร็จของ Apple ในไตรมาสนี้มาจากความต้องการที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่องสำหรับ iPhone 17 และ iPhone 17 Pro ในตลาดหลักอย่างจีน อินเดีย และญี่ปุ่น ประกอบกับการที่ผู้ใช้งานยังคงยึดติดกับระบบนิเวศของแบรนด์อย่างเหนียวแน่น แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
ในขณะที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายอื่นต้องปรับลดกำลังการผลิตและแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นจากวิกฤตชิป Apple เป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากวางตำแหน่งสินค้าไว้ในกลุ่มอัลตร้าพรีเมียม และมีการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่เบ็ดเสร็จ ทำให้สามารถรักษาระดับการเติบโตไว้ได้ที่ 5 เปอร์เซ็นต์
ตัวเลขส่วนแบ่งตลาดและผลกระทบต่อแบรนด์คู่แข่ง
จากการจัดอันดับของ Counterpoint Research ในไตรมาสแรกปี 2026 Apple ครองส่วนแบ่งตลาดที่ 21 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยซัมซุงในอันดับที่สองด้วยส่วนแบ่ง 20 เปอร์เซ็นต์ แต่มียอดจัดส่งลดลง 6 เปอร์เซ็นต์
สำหรับแบรนด์จีนอย่างเสียวหมี่ที่ครองอันดับสาม พวกเขาได้รับผลกระทบหนักที่สุดด้วยยอดที่ตกลงถึง 19 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยออปโป้ และวีโว ในอันดับสี่และห้าตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบของ Apple ในภาวะวิกฤต
แนวโน้มตลาดสมาร์ทโฟนและกลยุทธ์ใหม่ของผู้ผลิต
แนวโน้มตลาดสมาร์ทโฟนตลอดปี 2026 ยังคงมีความน่ากังวลเนื่องจากวิกฤตขาดแคลนหน่วยความจำอาจลากยาวไปจนถึงปลายปี 2027 ส่งผลให้เหล่าผู้ผลิตต้องปรับกลยุทธ์ใหม่โดยหันไปให้ความสำคัญกับคุณค่าของตัวสินค้ามากกว่าปริมาณการขาย
สิ่งที่จะเห็นได้เป็นประจำหลังจากนี้คือ การตัดโมเดลสมาร์ทโฟนที่มีสัดส่วนกำไรน้อยลงทิ้งไป และการดันเครื่อง Refurbished ซึ่งเป็นการนำเครื่องเก่ามาเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือแก้ไขส่วนที่เสียหายมาผลิตใหม่ แล้ววางขายอีกครั้งในราคาที่เข้าถึงง่าย เพื่อรักษาฐานลูกค้าที่งบประมาณจำกัดในสภาวะที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
ทั้งนี้ แบรนด์น้องใหม่อย่าง Nothing ที่เพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Nothing Phone (4a) Series ในประเทศไทย มีการเติบโตที่โดดเด่น แต่ปริมาณการจัดส่งยังไม่มากพอที่จะเบียดขึ้นมาอยู่ในกลุ่มผู้นำได้ในเวลานี้



