จีนได้เปิดตัวระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งหรือ IoT อัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาเพื่อปฏิวัติวงการเกษตรกรรมของประเทศ โดยระบบนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น
รายละเอียดของระบบ IoT อัจฉริยะ
ระบบดังกล่าวประกอบด้วยเซ็นเซอร์และอุปกรณ์ตรวจวัดที่เชื่อมต่อกันผ่านเครือข่ายไร้สาย ทำให้สามารถเก็บข้อมูลสภาพดิน น้ำ อากาศ และการเจริญเติบโตของพืชได้แบบเรียลไทม์ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังระบบคลาวด์เพื่อวิเคราะห์และประมวลผล จากนั้นจะส่งคำแนะนำที่แม่นยำไปยังเกษตรกรผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
- เพิ่มผลผลิต: การจัดการน้ำและปุ๋ยอย่างแม่นยำช่วยให้พืชเติบโตดีขึ้น
- ลดต้นทุน: การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดค่าใช้จ่าย
- พัฒนาคุณภาพชีวิต: เกษตรกรสามารถทำงานได้สะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
นอกจากนี้ ระบบยังสามารถคาดการณ์โรคและแมลงศัตรูพืชได้ล่วงหน้า ช่วยให้เกษตรกรป้องกันได้ทันท่วงที ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
การนำร่องในพื้นที่จริง
รัฐบาลจีนได้เริ่มทดลองใช้ระบบนี้ในพื้นที่นำร่องหลายแห่งในมณฑลซานตงและหูหนาน ผลเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 20 ในขณะที่ต้นทุนลดลงร้อยละ 15 เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต่างพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเกษตรกรรมอัจฉริยะของจีน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในภาคการเกษตรอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2573



