เปิดตัวสุนัขดมกลิ่นรุ่นใหม่ ใช้เทคโนโลยี IoT ตรวจจับสารเสพติด
เปิดตัวสุนัขดมกลิ่น IoT ตรวจจับสารเสพติด

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เปิดตัวนวัตกรรมสุนัขดมกลิ่นรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับสารเสพติด โดยสุนัขดมกลิ่นเหล่านี้จะถูกติดตั้งอุปกรณ์เซ็นเซอร์และระบบสื่อสารที่สามารถส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ไปยังศูนย์ควบคุม ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามผลการปฏิบัติงานได้อย่างใกล้ชิด

รายละเอียดนวัตกรรม

สุนัขดมกลิ่นรุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง บช.น. และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของไทย โดยได้นำเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของสุนัขตำรวจ อุปกรณ์ที่ติดตั้งประกอบด้วยเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ ความชื้น และสัญญาณชีพของสุนัข รวมถึงกล้องขนาดเล็กที่บันทึกภาพขณะปฏิบัติงาน

คุณสมบัติเด่น

  • การส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์: ข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT จะถูกส่งผ่านเครือข่าย 5G ไปยังศูนย์บัญชาการ ทำให้สามารถวิเคราะห์และสั่งการได้ทันที
  • การติดตามสุขภาพ: เซ็นเซอร์วัดสัญญาณชีพช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบสภาพร่างกายของสุนัขได้ตลอดเวลา ป้องกันการทำงานหนักเกินไป
  • ประสิทธิภาพสูง: สุนัขดมกลิ่นรุ่นใหม่สามารถตรวจจับสารเสพติดได้แม่นยำมากขึ้น ลดเวลาการค้นหาลงถึง 30%

พลตำรวจโท ณัฐพงษ์ สุขเกษม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า "นวัตกรรมนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามยาเสพติดอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนที่เข้าถึงยาก สุนัขดมกลิ่นเหล่านี้จะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การฝึกอบรมและการนำไปใช้

สุนัขดมกลิ่นรุ่นใหม่ผ่านการฝึกอบรมพิเศษเป็นเวลา 6 เดือน โดยเน้นการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IoT นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบในสถานการณ์จำลองเพื่อให้แน่ใจว่าสุนัขสามารถปฏิบัติงานได้จริงในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เบื้องต้น บช.น. จะนำสุนัขดมกลิ่นรุ่นใหม่ไปใช้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อน โดยเฉพาะในย่านที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดสูง เช่น คลองเตย และห้วยขวาง จากนั้นจะขยายผลไปยังจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ

ผลตอบรับจากเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมทดสอบนวัตกรรมนี้ให้ความเห็นว่า การทำงานร่วมกับสุนัขดมกลิ่นที่ติดตั้ง IoT ทำให้การตรวจค้นทำได้รวดเร็วขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับผู้ต้องหา เนื่องจากสามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนของสารเสพติดได้ก่อนเข้าตรวจค้น

นอกจากนี้ ข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT ยังสามารถใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ เนื่องจากมีการบันทึกเวลาสถานที่ และข้อมูลอื่น ๆ อย่างละเอียด

อนาคตของเทคโนโลยี IoT ในการทำงานตำรวจ

การนำเทคโนโลยี IoT มาใช้กับสุนัขดมกลิ่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนพัฒนานวัตกรรมของ บช.น. ในอนาคต คาดว่าจะมีการนำ IoT ไปใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น โดรนตรวจการณ์ และรถตรวจการณ์อัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยและปราบปรามอาชญากรรม

พลตำรวจโท ณัฐพงษ์ กล่าวเสริมว่า "เรามุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการปฏิบัติงานของตำรวจ เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด"