อุปกรณ์อัจฉริยะสินค้าศักยภาพไทยเติบโตต่อเนื่องในยุคดิจิทัล
อุปกรณ์อัจฉริยะสินค้าศักยภาพไทยเติบโตต่อเนื่อง

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อุปกรณ์อัจฉริยะหรือ Smart Devices กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ธุรกิจ และการให้บริการมากขึ้น โดยมีแนวโน้มเติบโตสูง เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย การขยายตัวของเมือง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบาย

Smart Devices คืออะไร

Smart Devices หมายถึง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถประมวลผลโดยอัตโนมัติ รับรู้และตอบสนองต่อบริบทผ่านเซ็นเซอร์ และเชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ทำให้สามารถรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจหรืออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์สวมใส่ (Wearable Devices) อาทิ แหวน สร้อยข้อมือ นาฬิกา และแว่นตา รวมถึงเครื่องใช้ภายในบ้าน (Home Appliances) เช่น อุปกรณ์ทำความสะอาด เครื่องครัว กล้องวงจรปิด และกลอนประตู

ตลาดโลกและไทย

ตลาดอุปกรณ์อัจฉริยะทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทวิจัย Virtue Market Research รายงานว่าในปี 2565 ตลาดมีมูลค่า 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าในช่วงปี 2565-2573 จะเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 15 ต่อปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จากการศึกษาของ สนค. พบว่าในปี 2567 การนำเข้าอุปกรณ์อัจฉริยะทั่วโลกมีมูลค่า 5.34 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.89 จากปีก่อนหน้า ประเทศที่นำเข้าสูงสุดสามอันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ไทยนำเข้าเป็นอันดับที่ 27 ของโลก ส่วนการส่งออกทั่วโลกในปี 2567 มีมูลค่า 5.41 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.94 โดยประเทศที่ส่งออกสูงสุดสามอันดับแรกคือ จีน สหรัฐอเมริกา และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งแหล่งส่งออกค่อนข้างกระจุกตัว ขณะที่ไทยส่งออกมากเป็นอันดับที่ 9 ของโลก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวทางส่งเสริมของต่างประเทศ

สนค. ศึกษาแนวทางส่งเสริมและพัฒนาความสามารถทางการแข่งขันในสี่ประเทศ ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และเกาหลีใต้ พบว่าทุกประเทศมีนโยบายสนับสนุนธุรกิจอุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การส่งเสริมการลงทุน การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนาบุคลากร และการสนับสนุนการเปลี่ยนเครื่องใช้ในบ้านให้ประหยัดพลังงาน

  • จีน มีกรอบยุทธศาสตร์ Made in China 2025 (MiC2025) ที่เน้นอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 สาขา รวมถึงอุปกรณ์อัจฉริยะ และแผนปฏิบัติการส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพสูง มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ สร้างระบบนิเวศบ้านอัจฉริยะ และสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • สหรัฐอเมริกา ออกกฎหมาย CHIPS and Science Act 2022 เพื่อสนับสนุนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ ผ่านการวิจัยและพัฒนา การออกแบบ และการพัฒนาบุคลากร รวมถึงแผนปฏิบัติการ Winning the Race: America’s AI Action Plan เพื่อพัฒนาชิปและซอฟต์แวร์ AI ขั้นสูง และปรับปรุงกฎระเบียบ
  • เยอรมนี มีแผนยุทธศาสตร์ Industry 4.0 เพื่อพัฒนาโรงงานอัจฉริยะที่ใช้ IoT และเซ็นเซอร์อัจฉริยะ และยุทธศาสตร์ National Digital Decade Strategic Roadmap (ค.ศ. 2024-2030) เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและทักษะดิจิทัล
  • เกาหลีใต้ กำหนดแผน Digital New Deal 2.0 เพื่อพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมและบริการสาธารณะอัจฉริยะ กำหนดมาตรฐาน KC Certification ด้านความปลอดภัย และส่งเสริมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานด้วยการสนับสนุนทางการเงิน

สถานการณ์ในประเทศไทย

ประเทศไทยมียุทธศาสตร์และนโยบายที่ส่งเสริมอุตสาหกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะ อาทิ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566-2570) และยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน 5 ปี (พ.ศ. 2566-2570) ส่งผลให้การค้าอุปกรณ์อัจฉริยะของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 การค้ามีมูลค่า 2.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 67.20 จากปีก่อนหน้า และในช่วงปี 2565-2568 เติบโตเฉลี่ยร้อยละ 22.70 ต่อปี ขณะที่ไทยเกินดุลการค้ามาโดยตลอด

ไทยมีศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกเพิ่มขึ้น ทั้งในภาพรวมและหลายตลาด ตลาดที่น่าสนใจที่ควรผลักดัน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ แคนาดา เม็กซิโก สหราชอาณาจักร จีน ฮ่องกง เยอรมนี และฝรั่งเศส ส่วนตลาดที่ต้องรักษา เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ และรัสเซีย

6 แนวทางเสริมแกร่ง

ผู้อำนวยการ สนค. กล่าวว่า การส่งเสริมและพัฒนาความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจอุปกรณ์อัจฉริยะไทยให้ครอบคลุมทุกมิติ ต้องดำเนินการ 6 แนวทาง ได้แก่

  1. บูรณาการนโยบาย การดำเนินงาน และข้อมูลตลอดห่วงโซ่คุณค่า
  2. กำหนดแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน
  3. ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานไทยเพื่อเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานที่น่าเชื่อถือ
  4. จัดทำมาตรการขยายอุปสงค์ภายในประเทศ
  5. เร่งเจรจาการค้าเพื่อสร้างหุ้นส่วนการค้าเชิงยุทธศาสตร์ กระจายความเสี่ยง และขยายโอกาสทางการค้า
  6. เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังสินค้าสวมสิทธิและการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ

ทั้งนี้ ความร่วมมือของทุกหน่วยงานเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อพัฒนาความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจอุปกรณ์อัจฉริยะไทยอย่างยั่งยืน