บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ประกาศเดินหน้าใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตอาหาร ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงโต๊ะอาหาร โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร
การประยุกต์ใช้ AI และ IoT ในฟาร์ม
ซีพีเอฟได้นำระบบ AI และ IoT มาใช้ในการจัดการฟาร์มปศุสัตว์และสัตว์น้ำอย่างชาญฉลาด ตัวอย่างเช่น การใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพแวดล้อมในโรงเรือนเลี้ยงไก่และสุกร เพื่อควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และการระบายอากาศให้เหมาะสมที่สุด นอกจากนี้ยังใช้กล้องและระบบ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมของสัตว์ เพื่อตรวจจับความผิดปกติและป้องกันโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก
การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้ซีพีเอฟสามารถลดการใช้ทรัพยากร เช่น น้ำและอาหารสัตว์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็เพิ่มอัตราการรอดชีวิตของสัตว์และคุณภาพของผลผลิต โดยข้อมูลจากระบบ IoT จะถูกนำมาวิเคราะห์ด้วย AI เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง
การยกระดับความปลอดภัยของอาหาร
ในส่วนของโรงงานแปรรูปอาหาร ซีพีเอฟใช้ AI และ IoT ในการตรวจสอบคุณภาพวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ตลอดสายการผลิต ระบบสามารถตรวจจับสิ่งแปลกปลอม ความผิดปกติของสีและเนื้อสัมผัส รวมถึงติดตามอุณหภูมิในระหว่างการขนส่งและจัดเก็บ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ถึงมือผู้บริโภคมีความสดใหม่และปลอดภัย
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหารซีพีเอฟ กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้จะช่วยให้บริษัทสามารถผลิตอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว
- ลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 15%
- เพิ่มผลผลิตโดยรวม 10%
- ลดการสูญเสียอาหารในกระบวนการผลิต 20%
นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังมีแผนที่จะขยายการใช้ AI และ IoT ไปยังห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด รวมถึงการเชื่อมต่อกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างระบบนิเวศอาหารที่ชาญฉลาดและยั่งยืน



