สตาร์ทอัพไทยคว้าเงินทุน 50 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์ม IoT สำหรับเกษตรกร
สตาร์ทอัพไทยได้ทุน 50 ล้าน เปิดแพลตฟอร์ม IoT เกษตร (17.02.2026)

สตาร์ทอัพไทยคว้าเงินทุน 50 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์ม IoT สำหรับเกษตรกร

ในข่าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับวงการเทคโนโลยีและเกษตรกรรมของไทย สตาร์ทอัพท้องถิ่นได้ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนจำนวน 50 ล้านบาท จากกลุ่มนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเงินทุนนี้จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาและเปิดตัวแพลตฟอร์ม IoT (อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง) ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับเกษตรกรไทย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนในการดำเนินงาน

รายละเอียดการระดมทุนและแผนการพัฒนา

การระดมทุนในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของนักลงทุนหลายราย ซึ่งรวมถึงกองทุนเสี่ยงทุนและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ โดยสตาร์ทอัพดังกล่าวตั้งเป้าที่จะใช้เงินทุนเพื่อขยายทีมพัฒนาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ ตลอดจนการวิจัยและทดสอบแพลตฟอร์มในพื้นที่เกษตรกรรมจริง แพลตฟอร์ม IoT นี้จะประกอบด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบสภาพแวดล้อมทางการเกษตร เช่น ความชื้นในดิน อุณหภูมิ และสภาพอากาศ ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งผ่านระบบคลาวด์ไปยังแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนของเกษตรกร

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังรวมฟีเจอร์การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปลูกพืชและการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มผลผลิตได้ถึง 20% และลดการใช้ปุ๋ยและน้ำลงอย่างมีนัยสำคัญ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรมไทย

การเปิดตัวแพลตฟอร์ม IoT นี้มีศักยภาพที่จะปฏิรูปภาคเกษตรกรรมของไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศ โดยเกษตรกรจะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น ผ่านโมเดลการให้บริการแบบสมาชิกหรือการเช่า อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการลดการใช้สารเคมีและทรัพยากรธรรมชาติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพกล่าวว่า "เรามุ่งมั่นที่จะสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรไทยโดยตรง และการสนับสนุนจากนักลงทุนในครั้งนี้จะช่วยเร่งการขยายตัวไปยังพื้นที่ห่างไกลได้เร็วขึ้น"

ในอนาคต บริษัทมีแผนที่จะร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและองค์กรเกษตรกรเพื่อจัดฝึกอบรมและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีนี้อย่างแพร่หลาย ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาระบบเกษตรอัจฉริยะที่ครอบคลุมทั่วประเทศในระยะยาว