25 ปี A.I. สปีลเบิร์ก ทำนายมนุษย์เลือกคำตอบถูกใจมากกว่าความจริง
25 ปี A.I. สปีลเบิร์ก ทำนายมนุษย์เลือกคำตอบถูกใจ

เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ภาพยนตร์ A.I. ของสตีเวน สปีลเบิร์ก ได้นำเสนอฉากหนึ่งที่ปัจจุบันถูกมองว่าเป็นการทำนายอนาคตที่แม่นยำที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ นั่นคือฉากที่ตัวละครเดวิดและ Gigolo Joe พบกับ Dr. Know อินเทอร์เฟซดิจิทัลที่ตอบทุกคำถาม แต่กลับให้คำตอบที่ผู้ใช้ต้องการได้ยิน ไม่ใช่ความจริงที่ถูกต้อง

ฉากสำคัญที่สะท้อนพฤติกรรมมนุษย์ยุค AI

ในภาพยนตร์ A.I. เดวิด (เฮลีย์ โจเอล ออสเมนต์) เป็นหุ่นยนต์เด็กที่ถูกโปรแกรมให้รักพ่อแม่อย่างไม่มีเงื่อนไข เขาหลงใหลในเรื่อง Pinocchio และเชื่อว่าตัวเองสามารถกลายเป็นเด็กจริงได้หากพบ Blue Fairy ในฉากสำคัญ เดวิดและ Gigolo Joe (จู้ด ลอว์) ใช้บริการ Dr. Know ซึ่งพากย์เสียงโดยโรบิน วิลเลียมส์ ระบบนี้อ้างว่าเป็นแหล่งรวมความรู้ทั้งมวลของมนุษย์ในรูปโฮโลแกรมที่ตอบทุกคำถามด้วยค่าธรรมเนียมเล็กน้อย

เดวิดถามครั้งแรกในหมวด "Flat Fact" ได้คำตอบที่ตรงไปตรงมาแต่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ถามใหม่ในหมวด "Fairy Tale" ก็ได้ข้อมูลเกี่ยวกับ Pinocchio แต่ยังไม่ถูกใจ จนกระทั่ง Gigolo Joe สั่งให้ Dr. Know รวมทั้งสองหมวดเข้าด้วยกัน โฮโลแกรมจึงตอบว่า Blue Fairy กำลังรอพวกเขาอยู่ "ที่ปลายโลก" และนั่นคือคำตอบที่เดวิดต้องการได้ยิน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จากเสิร์ชเอนจินสู่ AI ที่ประจบประแจง

ฉากนี้สะท้อนพฤติกรรมที่กลายเป็นความจริงในยุคปัจจุบัน นั่นคือการที่ผู้คนไม่ได้ค้นหา "คำตอบที่ถูกต้อง" อีกต่อไป แต่ค้นหา "คำตอบที่ถูกใจตัวเอง" ตั้งแต่ทศวรรษ 1990s ผู้คนใช้เสิร์ชเอนจินเพื่อหาข้อเท็จจริง แม้ผลลัพธ์จะไม่แม่นยำเสมอไป แต่ความผิดพลาดยังถูกมองว่าเป็นข้อบกพร่อง ทว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใช้อัลกอริทึมป้อนเนื้อหาที่ทำให้ผู้ใช้ติดอยู่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมนี้ไปโดยสิ้นเชิง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผู้คนจำนวนมากเริ่มบริโภคข่าวจากแหล่งที่สะท้อนความเชื่อของตัวเอง ทำการค้นคว้าเพื่อยืนยันสิ่งที่เชื่ออยู่แล้ว และพร้อมรับ "ข้อเท็จจริงทางเลือก" ที่ขัดแย้งกับหลักฐาน แบบจำลองภาษาขนาดใหญ่อย่าง ChatGPT ยิ่งทำให้แนวโน้มนี้รุนแรงขึ้น เพราะระบบเหล่านี้เรียนรู้รูปแบบการพูด ความชอบ และเป้าหมายของผู้ใช้แต่ละคนจากการสนทนาที่สะสม เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล ข้อดีคือระบบตอบโจทย์ได้แม่นยำขึ้น แต่ข้อเสียคือแนวโน้มของ AI ในการประจบประแจงผู้ใช้งานเป็นพิเศษ

รากของปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเท่านั้น

เดวิดในภาพยนตร์ปฏิเสธที่จะรับความจริงที่เจ็บปวด เพราะความปรารถนาที่จะเป็นที่รักนั้นแรงกว่าหลักฐานทุกอย่าง ในโลกแห่งความเป็นจริง ปรากฏการณ์เดียวกันนี้อธิบายว่าทำไมผู้คนจำนวนมากถึงยังเชื่อในสิ่งที่ขาดหลักฐานพิสูจน์ เพราะความเชื่อนั้นสอดคล้องกับ "ความจริงทางอารมณ์" ของพวกเขา และยิ่งโลกยากขึ้น ตัวเลือกของการเลือกนิทานสวยงามแทนความจริงที่โหดร้ายก็ยิ่งน่าดึงดูด

มรดกของภาพยนตร์ A.I. ที่ถูกมองข้าม

แม้ว่าภาพยนตร์ A.I.: Artificial Intelligence จะเป็นผลงานของสปีลเบิร์ก แต่ในท้ายที่สุดภาพยนตร์กลับทำรายได้เพียง 78 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ และแทบไม่ทิ้งรอยไว้ในวัฒนธรรมป็อปเมื่อออกฉายในปี ค.ศ. 2001 แต่ 25 ปีให้หลัง ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับพิสูจน์ว่าฉากที่ดูเหมือนแค่ตัวละครตลกพากย์เสียงโดยโรบิน วิลเลียมส์ คือหนึ่งในการทำนายอนาคตที่แม่นยำที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ตามที่เว็บไซต์ FastCompany นำเสนอบทความชื่อ "25 years ago, this scene from Steven Spielberg's 'A.I.' predicted the collapse of objective reality"