นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบการแสดงฉลากรถยนต์ไฟฟ้าที่โชว์รูม BYD Hi-Class สาขาลาดพร้าว และโชว์รูม OMODA & JAECOO สาขาลาดพร้าว เพื่อกำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยฉลากสินค้าอย่างเคร่งครัด สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
การลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้
เป็นการดำเนินการต่อเนื่องทันทีภายหลังการประชุมเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ได้เชิญผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้าและสภาองค์กรของผู้บริโภคเข้าหารือร่วมกัน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาสามประการหลักที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ได้แก่ 'ชำรุด-ลอยแพ-ราคาดิ่ง' จากสถิติการร้องทุกข์รวมกว่า 1,348 ราย นางสาวศุภมาสจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ 'ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า' ด้วยตนเองทันที โดยเน้นว่าฉลากเป็นเครื่องมือแรกและสำคัญที่สุดที่ผู้บริโภคใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าไทย เพื่อให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างมีมาตรฐาน มีความรับผิดชอบ และเป็นธรรมต่อผู้บริโภค
ประเด็นสำคัญที่รมต.ศุภมาสกำชับ
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคสามประการสำคัญ ได้แก่
- ประการแรก: รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมฉลาก ผู้ประกอบการต้องแสดงข้อความฉลากให้เห็นและอ่านชัดเจนที่ตัวรถ ครบทุกรายการ ทั้งชื่อสินค้า รุ่น เครื่องหมายการค้า ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า รายละเอียดทางเทคนิค ข้อมูลแบตเตอรี่ สมรรถนะ ระยะทางการใช้งาน วิธีใช้ ข้อแนะนำ คำเตือนด้านความปลอดภัย รวมถึงราคาและเงื่อนไขการรับประกัน
- ประการที่สอง: เรื่องการโฆษณา โดยเฉพาะ 'ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง' ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ผู้ขายต้องระบุให้ชัดเจนว่าอ้างอิงมาตรฐานใดในการทดสอบ ทั้ง EPA WLTP NEDC หรือ CLTC พร้อมเงื่อนไขการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วเฉลี่ย อุณหภูมิ สภาพเส้นทาง รูปแบบการขับขี่ รวมถึงการโฆษณาของแถม สิทธิประโยชน์ การรับประกันแบตเตอรี่ ต้องระบุหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข วันเริ่มต้นและสิ้นสุดให้ชัดเจน
- ประการที่สาม: ธุรกิจขายรถยนต์ใหม่เป็นธุรกิจควบคุมสัญญา ผู้ประกอบการต้องใช้แบบสัญญาจองรถยนต์ตามมาตรฐานที่ สคบ. กำหนด ระบุประเภท ชนิด ยี่ห้อ รุ่น ปีการผลิต ราคา วันส่งมอบ และสิทธิในการบอกเลิกสัญญาให้ครบถ้วน
จากการลงพื้นที่ในวันนี้ เบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามกฎหมายเป็นอย่างดี
รายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมาย
รถยนต์ไฟฟ้าถือเป็น 'สินค้าควบคุมฉลาก' ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ให้รถยนต์และรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 และบังคับใช้ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดง 'ฉลาก' ที่มีข้อความถูกต้อง ครบถ้วน เห็นและอ่านได้ชัดเจนที่ตัวรถ หากผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
ข้อความถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภค
นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้ายว่า 'ดิฉันขอฝากถึงผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้าทุกรายว่า ฉลากสินค้าไม่ใช่เพียงป้ายติดรถ แต่คือคำสัญญาที่ท่านให้ไว้กับผู้บริโภค ขอให้แสดงข้อมูลในฉลากครบถ้วน เที่ยงตรง ไม่เกินจริง โดยเฉพาะระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ ขอให้ระบุมาตรฐานการทดสอบให้ชัดเจน อย่าให้ผู้บริโภคต้องผิดหวังเมื่อนำไปใช้งานจริง สำหรับพี่น้องประชาชนที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ขอให้ใช้ฉลากเป็นเครื่องมือตรวจสอบข้อมูลก่อนซื้อทุกครั้ง อ่านฉลากให้ครบทุกรายการ สอบถามมาตรฐานการทดสอบระยะทางวิ่ง อ่านสัญญาจองให้ละเอียด พร้อมเก็บใบเสร็จ ใบจอง โบรชัวร์ และเอกสารโฆษณาทุกชิ้นไว้เป็นหลักฐาน หากพบว่าฉลากไม่ครบ ข้อมูลไม่ตรงตามจริง หรือถูกเอารัดเอาเปรียบ ร้องเรียนมาที่ สคบ. ได้ทันที ดิฉันพร้อมรับฟังและยืนเคียงข้างผู้บริโภคทุกท่าน'
ช่องทางการร้องเรียน
ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้าหรือสินค้าและบริการอื่น สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 ระบบร้องทุกข์ผู้บริโภค OCPB Complaint แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th แอปพลิเคชัน 'ทางรัฐ' สำหรับในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นสามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด



