สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) เปิดเผยตัวเลขสถิติยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยประจำปี 2567 พบว่ามีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 200% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมียอดจดทะเบียนใหม่รวมกว่า 100,000 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทย
แบรนด์จีนครองส่วนแบ่งตลาด
จากข้อมูลของ EVAT พบว่าแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนครองส่วนแบ่งตลาดในไทยสูงถึง 80% โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BYD ที่มียอดขายสูงสุด รองลงมาคือ MG และ NETA ตามลำดับ ส่วนแบรนด์ญี่ปุ่นและยุโรปมีส่วนแบ่งน้อยกว่า
นายกฤษฎา อุตตโมท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า "การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเป็นไปอย่างรวดเร็วเกินคาด โดยเฉพาะจากนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลและการเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่มีราคาย่อมเยา"
ปัจจัยหนุนการเติบโต
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด ได้แก่ มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น การลดภาษีสรรพสามิตและค่าธรรมเนียมจดทะเบียน การส่งเสริมการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าทั่วประเทศ รวมถึงความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่ผันผวน
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองว่ารถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แนวโน้มในอนาคต
EVAT คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2568 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยอาจเพิ่มขึ้นอีก 50-100% จากปี 2567 เนื่องจากมีรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ เปิดตัวมากขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายด้านการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วและการรีไซเคิลที่ต้องได้รับการแก้ไข รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่อาจทำให้ผู้ประกอบการบางรายต้องปรับกลยุทธ์



