ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าในไทยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าในไทยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเดือนที่ผ่านมาพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อยานยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะ ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ อาทิ การตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม ราคาน้ำมันที่ผันผวน และนโยบายส่งเสริมจากภาครัฐ

ปัจจัยหนุนยอดจองพุ่ง

การเพิ่มขึ้นของยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยสำคัญ ประการแรกคือการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ จากค่ายรถยนต์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ที่มีราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และมีระยะทางวิ่งต่อการชาร์จที่ยาวนานขึ้น ประการที่สองคือการขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จไฟฟ้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทำให้ผู้ใช้รถมีความมั่นใจในการเดินทางไกลมากขึ้น

นโยบายรัฐบาลหนุนตลาด EV

นโยบายสนับสนุนของรัฐบาลไทย เช่น การลดภาษีสรรพสามิต และการอุดหนุนเงินช่วยเหลือสำหรับการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจจองรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มียอดจองสูงที่สุด รองลงมาคือรถกระบะไฟฟ้าซึ่งกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคล: มียอดจองสูงสุด คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 60 ของยอดจองทั้งหมด
  • รถกระบะไฟฟ้า: มียอดจองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการและเกษตรกร
  • รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า: ก็มียอดจองเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ในสัดส่วนที่น้อยกว่า

แนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตที่ลดลง และการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหม่ๆ ในตลาดจะยิ่งเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค และช่วยผลักดันให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าถูกลงอีก

อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไข เช่น การพัฒนาสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล การจัดการแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งาน และการสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งหากสามารถจัดการได้ดี ก็จะยิ่งช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้เร็วขึ้น