สมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งสองพรรคในรัฐมิชิแกนของสหรัฐฯ ประกาศเสนอร่างกฎหมายเพื่อแบนรถยนต์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อเครือข่าย รวมถึงซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่ผลิตในจีนออกจากตลาดสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในสัปดาห์นี้
รายละเอียดร่างกฎหมาย Connected Vehicle Security Act
ส.ส. จอห์น มูลนาร์ พรรครีพับลิกัน และ ส.ส. เด็บบี ดิงเกลล์ พรรคเดโมแครต ร่วมกันเปิดตัวร่างกฎหมาย 'Connected Vehicle Security Act' ซึ่งสอดคล้องกับร่างกฎหมายจากฝั่งวุฒิสภาที่เสนอโดย ส.ว. เอลิสซา สลอตคิน และ ส.ว. เบอร์นี โมเรโน กฎหมายนี้มีเป้าหมายเพื่อบังคับใช้มาตรการควบคุมรถยนต์อัจฉริยะที่ริเริ่มในยุคของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้เป็นกฎหมายถาวร
ข้อกำหนดและระยะเวลาบังคับใช้
ภายใต้ร่างกฎหมายนี้ ข้อห้ามเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ของรถยนต์อัจฉริยะจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2027 ส่วนข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2030 นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงรัสเซีย เกาหลีเหนือ และอิหร่านอีกด้วย
เหตุผลด้านความมั่นคงและอุตสาหกรรม
ส.ส. ดิงเกลล์ ระบุว่า สหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์การแข่งขันที่เท่าเทียม ตราบใดที่จีนยังคงให้เงินอุดหนุนผู้ผลิต บิดเบือนค่าเงิน และใช้แรงงานทาส สิ่งที่จีนพยายามทำคือการแทรกซึมเข้ามาในประเทศและต่อสู้จากภายใน รถยนต์อัจฉริยะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเชื่อมต่อไร้สายกับยานพาหนะอื่น ซึ่งกลุ่มผู้สนับสนุนมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน แต่ก็สร้างความกังวลเรื่องความมั่นคงของชาติและการเก็บรวบรวมข้อมูล
เสียงสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรม
ร่างกฎหมายนี้ถูกเสนอท่ามกลางเสียงเตือนที่หนักแน่นขึ้นจากค่ายรถยนต์ ซัพพลายเออร์ ดีลเลอร์ และผู้ผลิตเหล็ก ว่าหากปล่อยให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนที่ได้รับเงินอุดหนุนมหาศาลเข้ามาทำตลาด อาจเข้ามาตัดราคาและทำลายฐานอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ
เมื่อเดือนเมษายน 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทั้งสองพรรคกว่า 120 คน เรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่อนุญาตให้ค่ายรถยนต์จากจีนเข้ามาในสหรัฐฯ หลังจากที่ทรัมป์เคยระบุเมื่อเดือนมกราคมว่าเปิดกว้างให้ค่ายรถจีนเข้ามาสร้างโรงงานในอเมริกา หากจ้างแรงงานชาวอเมริกัน อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่มีแผนยกเลิกข้อจำกัดที่มีอยู่
ส.ส. ดิงเกลล์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับประธานาธิบดีทรัมป์ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะทำอะไรจนกว่าจะลงมือจริง ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนพยายามทำคือส่งสารถึงเขาว่านี่คืออนาคตของแรงงานและอุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาจำเป็นต้องปกป้อง



