ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจากกรมการขนส่งทางบกระบุว่า ในปี 2567 มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่รวมกว่า 1.2 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 45 โดยเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มียอดจดทะเบียนใหม่สูงถึง 9.5 หมื่นคัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 79 ของยอดจดทะเบียนทั้งหมด
ปัจจัยหนุนการเติบโต
การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย อาทิ การสนับสนุนจากภาครัฐผ่านมาตรการลดภาษีและเงินอุดหนุน รวมถึงการขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายยังเปิดตัวรุ่นใหม่ที่มีราคาถูกลงและมีระยะทางวิ่งต่อการชาร์จมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจมากขึ้น
แนวโน้มในอนาคต
คาดว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะข้างหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงความร่วมมือจากภาคเอกชนในการลงทุนผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนในประเทศ นอกจากนี้ ความตระหนักรู้ของผู้บริโภคเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นความต้องการ
- ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในปี 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับปีก่อน
- รถยนต์นั่งส่วนบุคคลครองสัดส่วนสูงสุดถึงร้อยละ 79 ของยอดจดทะเบียนทั้งหมด
- การสนับสนุนจากภาครัฐและการขยายสถานีชาร์จเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนตลาด
อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายที่ต้องแก้ไข เช่น ราคารถยนต์ไฟฟ้าที่ยังสูงเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปภายใน และความกังวลเกี่ยวกับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ซึ่งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค



