จีนฮุบตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลก แซงหน้าญี่ปุ่นเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุด
จีนแซงญี่ปุ่นขึ้นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก

จีนได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2566 โดยแซงหน้าญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าที่จีนมีบทบาทนำ

จีนแซงญี่ปุ่นในตลาดส่งออกรถยนต์

ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีน (CAAM) ระบุว่าในปี 2566 จีนส่งออกรถยนต์รวมทั้งสิ้น 4.91 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 57.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ญี่ปุ่นส่งออกได้ 4.42 ล้านคัน ทำให้จีนขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของโลก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนเป็นผู้นำ

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนมีสาเหตุหลักมาจากการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำและเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะแบรนด์อย่าง BYD ที่สามารถผลิตยานยนต์ไฟฟ้าได้ในราคาที่แข่งขันได้สูง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • จีนมีห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งสำหรับแบตเตอรี่และชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า
  • นโยบายสนับสนุนจากรัฐบาลจีนที่อุดหนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่
  • ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผลกระทบต่อตลาดรถยนต์โลก

การขึ้นเป็นผู้นำของจีนส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อื่นๆ โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่ต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่สหรัฐอเมริกาและยุโรปก็เริ่มกังวลเกี่ยวกับการพึ่งพารถยนต์จากจีนมากเกินไป

ความกังวลด้านความมั่นคงและการค้า

หลายประเทศเริ่มกำหนดมาตรการกีดกันทางการค้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ เช่น สหรัฐฯ ที่เพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจีนเป็น 100% และสหภาพยุโรปที่กำลังพิจารณาการสอบสวนการอุดหนุนจากรัฐบาลจีน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อย่างไรก็ตาม จีนยังคงเดินหน้าขยายกำลังการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าโลกให้มากขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า