รถยนต์ไฟฟ้าจีนบุกตลาดไทย ปี 2567 ยอดขายพุ่ง 4 เท่า
รถยนต์ไฟฟ้าจีนบุกตลาดไทย ปี 67 ยอดขายพุ่ง 4 เท่า

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่มียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าในปี 2567 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยระบุว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในปี 2567 สูงถึง 80,000 คัน เพิ่มขึ้นจาก 20,000 คันในปี 2566

ปัจจัยหนุนการเติบโต

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าจีนได้รับความนิยมในไทย ได้แก่ ราคาที่แข่งขันได้ หลากหลายรุ่นให้เลือก และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น การลดภาษีสรรพสามิต และเงินอุดหนุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) นอกจากนี้ ผู้บริโภคชาวไทยยังเริ่มตระหนักถึงข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้าในด้านการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แบรนด์จีนครองส่วนแบ่งตลาด

แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนที่มียอดขายสูงสุดในไทย ได้แก่ BYD, MG, และ Neta โดย BYD มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด คิดเป็น 30% ของยอดขายทั้งหมด รองลงมาคือ MG และ Neta ตามลำดับ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • BYD: ยอดขาย 24,000 คัน
  • MG: ยอดขาย 16,000 คัน
  • Neta: ยอดขาย 12,000 คัน

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์จีนอื่นๆ เช่น Great Wall Motor และ Changan ที่เริ่มเข้ามาทำตลาดในไทยและได้รับความสนใจจากผู้บริโภค

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าจีนส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยหลายค่ายเริ่มเร่งพัฒนาและเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าของตนเองเพื่อแข่งขันในตลาด ขณะเดียวกัน ภาครัฐมีแผนที่จะส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน โดยดึงดูดการลงทุนจากจีนและประเทศอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ยังคงมีอยู่คือโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงราคาแบตเตอรี่ที่ยังสูง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่ม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว