ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด และนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เปิดเผยว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท โดยแพลตฟอร์มจากจีน 3 รายใหญ่ ได้แก่ TikTok (ByteDance), Shopee และ Lazada ครองส่วนแบ่งมากกว่าครึ่งหรืออย่างน้อย 5 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 80% ของตลาดทั้งหมด ขณะที่ผู้ประกอบการไทยมีส่วนแบ่งเพียง 20%
สัดส่วนตลาดและปัจจัยความสำเร็จของแพลตฟอร์มจีน
สัดส่วนของแพลตฟอร์มในตลาดอีคอมเมิร์ซไทยแบ่งเป็น Marketplace 50%, Entertainment Commerce (Live/Short Video) 30% และ Quick Commerce 20% ซึ่ง 80% ของทั้งหมดเป็นของต่างชาติ ธนาวัฒน์กล่าวว่า แพลตฟอร์มจีนใช้กลยุทธ์ "6D" เพื่อทำให้ลูกค้าติด ได้แก่ ราคาดี ของครบ คุณภาพดี สนุกดี ส่งเร็วดี และบริการดี โดยเฉพาะการนำเสนอสินค้าจากจีนซึ่งเป็น "โรงงานโลก" และการใช้ Content รีวิว และ Influencer (KOL) กระตุ้นการซื้อแบบไม่ได้วางแผน
วิวัฒนาการสินค้าจีน 3 คลื่น
ธนาวัฒน์อธิบายว่า สินค้าจีนมีวิวัฒนาการ 3 ยุค ได้แก่ ยุคที่ 1 สินค้าถูกไม่มีแบรนด์ ยุคที่ 2 เป็นโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ให้แบรนด์ไทย และยุคที่ 3 ปัจจุบันสร้างแบรนด์เอง มีนวัตกรรมสูง เช่น BYD, DJI และนำระบบนิเวศการค้าทั้งแพลตฟอร์ม AI และ Supply Chain เข้ามา
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและผู้ประกอบการไทย
การที่แพลตฟอร์มต่างชาติครองตลาดส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศ ทั้งค่าสินค้า ค่าโฆษณา และค่าธรรมเนียม โรงงานไทยแข่งขันด้านราคาไม่ได้ ทำให้ยอดขายตกและต้องลดพนักงานหรือปิดกิจการ คนไทยเหลือเพียงงานมูลค่าต่ำ เช่น พนักงานส่งของ (Last Mile) หรือแอดมิน ขณะที่งานมูลค่าสูงอย่าง AI และนวัตกรรมตกเป็นของต่างชาติ นอกจากนี้ ผู้ขายบนแพลตฟอร์มยังแบกรับค่าธรรมเนียมสูงถึง 70% ของราคาสินค้า ทำให้เกิดภาวะ "ขายดีจนเจ๊ง"
กลยุทธ์การปรับตัวของผู้ประกอบการไทย
ธนาวัฒน์แนะนำให้ผู้ประกอบการไทยไม่แข่งด้านราคา แต่แข่งที่คุณค่าและการบริการหลังการขาย ใช้กลยุทธ์ Omni-Channel ขายหลายช่องทาง สร้างฐานข้อมูลลูกค้าของตัวเอง (D2C) ผ่าน Line หรือเว็บไซต์เพื่อทำ CRM และลดค่าธรรมเนียม รวมถึงเน้นนวัตกรรมในกลุ่มที่ไทยมีศักยภาพ เช่น Thai Beauty อาหาร สุขภาพ (Wellness) และใช้ Creator Economy ขับเคลื่อน
ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ
ธนาวัฒน์เสนอให้ภาครัฐเก็บภาษี VAT สินค้านำเข้าตั้งแต่บาทแรก บังคับให้ผู้ขายต่างชาติบนแพลตฟอร์มจดทะเบียนนิติบุคคลในไทย สนับสนุนแพลตฟอร์มสัญชาติไทยอย่างจริงจัง และดึงการลงทุนจากจีนที่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Knowledge Transfer) ในกระบวนการที่มีมูลค่าสูง



