Lazada เผยตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเข้าสู่ยุค Confidence Commerce ผู้บริโภคเน้นคุณภาพ-แบรนด์มากกว่าราคา
Lazada Thailand เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคใหม่ที่เรียกว่า "Confidence Commerce" ซึ่งผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและความน่าเชื่อถือของแบรนด์มากกว่าปัจจัยด้านราคา โดยยอมทุ่มเงินเพื่อสินค้าพรีเมียมที่ใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่าในระยะยาว
ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเติบโตก้าวกระโดด มูลค่าพุ่งสูง 1.8 ล้านล้านบาทในปี 2030
จากรายงานล่าสุดที่ Lazada Thailand ร่วมกับ CUBE INSIGHTS ผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์ตลาดอีคอมเมิร์ซ เผยแพร่ในหัวข้อ "The Rise of Authenticity-Driven E-Commerce in Thailand" พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคไทยเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยหันมาโฟกัสที่คุณภาพและแบรนด์ที่น่าเชื่อถือแทนการตัดสินใจซื้อจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว
รายงานดังกล่าวทำการสำรวจจากผู้ใช้งานอีคอมเมิร์ซกว่า 6,000 คนใน 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งครอบคลุมแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Lazada, Shopee และ TikTok Shop ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยกำลังเติบโตจากมูลค่า 9.7 แสนล้านบาทในปี 2025 ไปสู่ 1.8 ล้านล้านบาทภายในปี 2030 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปีอยู่ที่ 14%
แรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตนี้มาจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ หรือ Value per Order ซึ่งหมายความว่านักช้อปออนไลน์สั่งซื้อสินค้าแต่ละครั้งด้วยมูลค่าที่สูงขึ้น แทนที่จะเน้นการสั่งซื้อครั้งละปริมาณมากเหมือนในอดีต
วิวัฒนาการอีคอมเมิร์ซไทย: จากยุคแข่งขันราคาสู่ยุค Confidence Commerce
ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีวิวัฒนาการมากว่า 10 ปี เริ่มต้นราวปี 2012 ด้วยการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรงเพื่อสร้างฐานลูกค้า ตามมาด้วยยุคที่ Mall หรือร้านค้าแบรนด์แท้เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ก่อนจะเข้าสู่ยุค Social Commerce ที่โซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลต่อการซื้อขาย
ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Confidence Commerce โดย Mall กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค สัดส่วนการใช้จ่ายที่ไหลเข้าสู่ Marketplace บน Mall เพิ่มขึ้นจาก 12% ในปี 2020 เป็น 30% ในปี 2025 และคาดว่าจะทะยานถึง 55% ในปี 2030
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ยอดขายบน LazMall ของ Lazada ในช่วงแคมเปญ 12.12 ของปี 2025 เติบโตขึ้นถึง 51% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ คนไทยกว่า 91% ซื้อของจาก Mall ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในอาเซียนรองจากเวียดนาม และสูงกว่าค่าเฉลี่ยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ 86%
ผู้บริโภคไทยมองคุณภาพสำคัญกว่าราคา พร้อมจ่ายเพิ่มสำหรับสินค้าพรีเมียม
ภีม เบ็ญจศิริวรรณ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก CUBE INSIGHTS ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มขยับเพดานการใช้จ่ายและหันไปซื้อสินค้าพรีเมียมมากขึ้น โดยกว่า 50% ของผู้ทำแบบสำรวจคนไทยบอกว่าใช้จ่ายมากขึ้น 10-30% เมื่อเทียบกับปีก่อน เพื่อยกระดับไปซื้อแบรนด์ที่สูงขึ้นหรือคุณภาพดีขึ้น
ปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อสินค้าในร้านค้าบน Mall มีดังนี้:
- 77% เลือกที่คุณภาพ
- 66% ดูจากราคา
- 64% มองที่ความน่าเชื่อถือและสินค้าแท้
- 51% ซื้อเพราะมีดีลพิเศษ
นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมสำคัญที่ช่วยสนับสนุนตลาด Mall ได้แก่:
- Showrooming: 71% ของนักช้อปคนไทยจะทดลองใช้สินค้าในหน้าร้านออฟไลน์ก่อนซื้อออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าหมวดความงามและเครื่องใช้ไฟฟ้า
- ความสนใจในสินค้าต่างประเทศ: ผู้บริโภคไทยถึง 81% เปิดรับแบรนด์ต่างประเทศ โดยพิจารณาจากความสะดวกในการคืนสินค้า ความเป็นของแท้ และความเร็วในการจัดส่งมากกว่าราคา
ทิศทางของ Lazada ในยุค Confidence Commerce: มุ่งเน้นแบรนด์คุณภาพและประสบการณ์ลูกค้า
วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lazada Thailand กล่าวว่า ในปี 2026 Lazada วางตำแหน่งตัวเองเป็น Destination ของสินค้าแบรนด์คุณภาพ โดยมุ่งเน้นในเรื่องต่อไปนี้:
- เน้นความน่าเชื่อถือและสินค้าคุณภาพ: ผลักดัน LazMall ให้เป็นศูนย์รวมแบรนด์แท้ และนำเสนอหมวดสินค้าพรีเมียมอย่าง LazMall Luxury
- โปรเจกต์ Lazada Exclusive: ร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกและแบรนด์ไทย เพื่อวางจำหน่ายสินค้าคอลเลกชันพิเศษเฉพาะบน Lazada
- ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า: ให้บริการส่งไว การันตีคืนสินค้าได้ใน 30 วัน มีบริการติดตั้ง และโปรแกรม Trade-in
- Lazada Membership: โปรแกรมสะสมคะแนนที่ช่วยเพิ่มยอดคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่ม Royal Shoppers ได้มากถึง 5 เท่า
- ขับเคลื่อนด้วย AI: นำ Lazzie AI มาใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถเพิ่มอัตราการสั่งซื้อสินค้าได้ถึง 40%
การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ความเชื่อมั่นและคุณภาพกลายเป็นหัวใจสำคัญของการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค



