Spotify เดิมพัน AI เต็มสูบ เชื่อม ChatGPT เพิ่มฟีเจอร์หาเพลงตามอารมณ์ วางเกมใหม่ดันผู้ใช้อยู่ยาว
Spotify เดินหน้าผลักดันแพลตฟอร์มสตรีมเพลงเข้าสู่ยุค AI อย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ "Prompted Playlist" ที่ให้สมาชิกพรีเมียมสามารถสร้างเพลย์ลิสต์ผ่านการโต้ตอบกับ ChatGPT ได้โดยตรง ฟีเจอร์นี้ใช้ AI เพื่อแนะนำเพลงตามอารมณ์ แนวเพลง หรือหัวข้อที่ผู้ใช้ต้องการ เปิดให้บริการในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และนิวซีแลนด์ โดยเน้นเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ในระยะยาว
ฟีเจอร์ Prompted Playlist คืออะไร?
Prompted Playlist เป็นฟีเจอร์ที่อนุญาตให้ผู้ใช้เชื่อม Spotify เข้ากับ ChatGPT โดยตรง ผู้ใช้สามารถพิมพ์คำสั่งพร้อมพ์เพื่อค้นหาเพลง ศิลปิน อัลบั้ม เพลย์ลิสต์ หรือพอดแคสต์ตามอารมณ์ แนวเพลง หรือหัวข้อที่สนใจในเวลานั้น ตัวอย่างเช่น พิมพ์คำสั่งว่า "ลิสต์เพลงป๊อปและฮิปฮอปจังหวะเร้าใจ สำหรับการวิ่ง 5K ระยะเวลา 30 นาที ที่ช่วยรักษาความเร็วให้คงที่ ก่อนค่อย ๆ ผ่อนเข้าสู่เพลงสบาย ๆ ในช่วงคูลดาวน์" ผลลัพธ์จะปรากฏใน ChatGPT และสามารถเปิดฟังต่อในแอป Spotify ได้ทันที
นอกจากนี้ ฟีเจอร์นี้ยังเป็นแบบ Vibe-based ที่ให้ผู้ใช้พิมพ์ความรู้สึกหรือความทรงจำเพื่อสร้างเพลย์ลิสต์เฉพาะตัวได้ทันที ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับคำแนะนำเพื่อปรับแต่งได้ละเอียดยิ่งขึ้น แตกต่างจากระบบเดิมที่มีเพียงปุ่มชอบหรือไม่ชอบ โฆษกของ Spotify ระบุว่า นี่คือโอกาสในการค้นพบเพลงใหม่และย้อนกลับไปฟังเพลงโปรดเก่า ๆ พร้อมต่อยอดบทสนทนาใน ChatGPT ด้วยซาวด์แทร็กที่เหมาะสม
ฟีเจอร์นี้เป็นแบบ Opt-in ที่ผู้ใช้สามารถเลือกเปิดหรือปิดได้ตลอดเวลา โดยบริษัทยืนยันว่าจะไม่มีการแชร์เนื้อหาเพลงหรือพอดแคสต์ให้ OpenAI เพื่อนำไปฝึกโมเดล AI ลดข้อกังวลเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้เฉพาะสมาชิกพรีเมียมในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และนิวซีแลนด์เท่านั้น
ทำไม Spotify มองว่าเป็นเกมที่จะชนะได้ยาว?
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดสตรีมเพลง บริษัทเทคโนโลยีต่างเร่งพัฒนาระบบแนะนำเพลงด้วย AI เช่น Apple Music ที่เพิ่มฟีเจอร์ "Playlist Playground" ในเวอร์ชัน Beta Spotify ได้ลงทุนในเทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2024 เปิดตัว AI DJ ฟีเจอร์เพื่อให้ผู้ฟังเข้าถึงเพลงใหม่ ๆ คล้ายกับการฟังวิทยุ
ผู้บริหารของ Spotify ย้ำว่า AI คือแกนหลักของกลยุทธ์ในการทำให้ผู้ใช้ติดแพลตฟอร์มมากขึ้น Alex Norström Co-CEO ของ Spotify กล่าวว่า "การลงทุนด้าน Personalization และ AI ของเราเริ่มเห็นผลแล้ว ผู้ใช้เข้ามาใช้งานบ่อยขึ้นและในหลากหลายช่วงเวลามากขึ้น มันเปิดโอกาสให้คุณกำหนดกฎและสร้างเพลย์ลิสต์ของตัวเองได้ เหมือนเขียนอัลกอริทึมของตัวเองขึ้นมาเลย"
Michael Pachter ที่ปรึกษาอาวุโสของ Wedbush Securities วิเคราะห์ว่า "ต้นทุนการเปลี่ยนแพลตฟอร์มฟังเพลงของผู้ฟังอาจดูเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วมีผลมาก เพราะผู้ใช้สร้างคลังเพลง เพลย์ลิสต์ และฝึกอัลกอริทึมมานานหลายปี" การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์กว่า 2,000 ประเภทและ AI Chatbot จะเสริมความแข็งแกร่งให้อีโคซิสเต็มของ Spotify
Gustav Söderström อีกหนึ่ง Co-CEO ของ Spotify กล่าวเสริมว่า การสร้างแอปฯ เพลงที่พูดคุยกับผู้ใช้ได้และเข้าใจผู้ใช้จะเปลี่ยนการฟังเพลง เช่น สามารถตัดศิลปินที่ไม่ชอบออกได้โดยตรง ซึ่งระบบเดิมทำได้ยาก เขาย้ำว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่เพลงที่มีอยู่แล้ว แต่คือข้อมูลใหม่ที่กำลังถูกสร้าง พร้อมอธิบายว่า "เราเคยมี Dataset แบบ Song-to-Song แต่ไม่เคยมี Language-to-Song แบบนี้มาก่อน"
Spotify กำลังเผชิญความเสี่ยงจาก AI โดยตรง แต่เลือกใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมความแข็งแกร่ง เพื่อดึงดูดผู้ใช้ให้อยู่กับแพลตฟอร์มนานขึ้นในระยะยาว



