กระทรวง อว. ร่วมมือมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ ตั้งศูนย์ AI แห่งแรกในอาเซียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ (NTU) จากสหราชอาณาจักร เพื่อจัดตั้ง "Sister Center" ซึ่งเป็นศูนย์นวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนากำลังคน 4 ด้านเพื่อขับเคลื่อนภาคธุรกิจและยกระดับอุดมศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล
พิธีลงนามและผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. กับมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม อาทิ ศ.เดวิด เพทลีย์ อธิการบดีและประธานมหาวิทยาลัย ศ.เซียว หม่า ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงธุรกิจและอุตสาหกรรม พร้อมด้วย ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ ห้องแถลงข่าวชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว.
รายละเอียดความร่วมมือและเป้าหมาย
ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า ไฮไลท์สำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือการจัดตั้ง Sister Center ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางวิจัยประยุกต์และพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน โดยมุ่งเน้นพัฒนากำลังคนด้านปัญญาประดิษฐ์ใน 4 สาขาหลัก ได้แก่
- AI สำหรับภาคการผลิต
- AI สำหรับงานบริการ
- AI สำหรับการตลาดและข้อมูล
- AI สำหรับการวางแผนเชิงกลยุทธ์
นอกจากนี้ ความร่วมมือยังครอบคลุมการส่งเสริมเครือข่าย INEIC และ AI Testbed เพื่อทดสอบนวัตกรรมก่อนนำสู่ตลาด รวมถึงผลักดันผู้ประกอบการ STEM สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ในระดับสากล
ความต่อเนื่องและขอบเขตความร่วมมือ
รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. และมหาวิทยาลัยนอตติงแฮมเทรนต์ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปี โดยได้เกิดผลเป็นรูปธรรมผ่านโครงการสำคัญ เช่น Experiential Learning Programme (ELP) และศูนย์พัฒนาทักษะด้าน AI ซึ่งเป็นต้นแบบความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักร ความร่วมมือนี้จะขยายผลในระดับประเทศและครอบคลุม 5 ด้านหลัก ได้แก่
- การพัฒนาทุนมนุษย์และวิชาการ
- การวิจัยและการสร้างองค์ความรู้ร่วมกับสถาบันไทย เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- นวัตกรรมและการต่อยอดเชิงพาณิชย์
- ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม
- กลไก Higher Education Sandbox เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน
กระทรวง อว. ได้บูรณาการแหล่งทุนสำคัญ เช่น ISPF-UK และ TSRI เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ เน้นย้ำว่า "การลงนามในครั้งนี้สะท้อนการก้าวจากความร่วมมือแบบรายโครงการ สู่ความร่วมมือเชิงระบบ เพื่อวางรากฐานความเป็นเลิศด้านการศึกษาและนวัตกรรมในระยะยาว"
มุมมองจากผู้บริหารต่างประเทศและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ศ.เดวิด เพทลีย์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของพันธมิตรบนพื้นฐานความไว้วางใจ ซึ่งมุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมที่สอดคล้องกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของประเทศไทย เพื่อสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ขณะที่ ศ.เซียว หม่า กล่าวเสริมว่า การขับเคลื่อน AI ให้เกิดผลจริงต้องอาศัยการบูรณาการเทคโนโลยี บุคลากร และภาคธุรกิจร่วมกัน โดยความร่วมมือนี้จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ กล่าวว่า ความร่วมมือนี้เป็นกลไกสำคัญของ CMU Transformation ในการพัฒนาผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงผ่านการเรียนรู้ระดับสากล ส่วน รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย กล่าวปิดท้ายว่า STeP พร้อมประสานความร่วมมือเพื่อแปลงยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ



