Gucci ร่วมมือ Google เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะ AI ในปี 2027 ท้าชนคู่แข่งวงการแฟชั่น
Gucci ร่วม Google เปิดแว่นตาอัจฉริยะ AI ปี 2027

Gucci ร่วมมือ Google เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะ AI ในปี 2027 ท้าชนคู่แข่งวงการแฟชั่น

วงการแฟชั่นและเทคโนโลยีกำลังจับตามองความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Kering กลุ่มธุรกิจลักชูรีระดับโลกที่เป็นบริษัทแม่ของแบรนด์ Gucci กับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Google ในการพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะ โดยมีกำหนดการเปิดตัววางจำหน่ายในปี 2027 โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุปกรณ์สวมใส่ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

กลยุทธ์ธุรกิจใหม่ของ Kering เพื่อสร้างรายได้และฟื้นฟูแบรนด์

ลูกา เด เมโอ ซีอีโอของ Kering มองว่า การขยายฐานธุรกิจเข้าสู่กลุ่มสินค้าเทคโนโลยีแบบสวมใส่จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างรายได้ใหม่ๆ และลดการพึ่งพาวงจรแฟชั่นที่มีความผันผวนเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ โปรเจกต์แว่นตาอัจฉริยะจะมีส่วนร่วมช่วยฟื้นฟูแบรนด์ Gucci ให้กลับมามีอัตรากำไรที่แข็งแกร่งอีกครั้ง หลังจากเผชิญภาวะยอดขายชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา

เทคโนโลยีและคุณสมบัติของแว่นตาอัจฉริยะ

สำหรับแว่นตาอัจฉริยะที่เป็นความร่วมมือระหว่าง Google และ Gucci จะทำงานภายใต้แพลตฟอร์ม Android XR ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ออกแบบมาสำหรับประสบการณ์ขยายความเป็นจริง ภายในมีการติดตั้งอุปกรณ์สำคัญ เช่น:

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • กล้อง สำหรับการจับภาพและวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
  • ไมโครโฟน เพื่อรองรับการสั่งงานด้วยเสียง
  • ลำโพง สำหรับการเล่นเสียงและตอบสนองผู้ใช้

อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้ AI สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์หรือการควบคุมด้วยคำสั่งเสียง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การแข่งขันในตลาดแว่นตาอัจฉริยะ

จุดที่น่าสนใจก็คือ การขยับตัวในครั้งนี้ส่งผลให้ Gucci เป็นแบรนด์ระดับหรูที่เข้าสู่ตลาดแว่นตา AI ซึ่งถือเป็นการท้าชนกับ EssilorLuxottica ที่ร่วมมือกับ Meta ในการผลิตแว่น Ray-Ban อยู่ในขณะนี้ การแข่งขันนี้คาดว่าจะขับเคลื่อนนวัตกรรมและเพิ่มตัวเลือกให้กับผู้บริโภคในวงกว้าง

การรักษาอัตลักษณ์ของแบรนด์ในโลกไฮเทค

อย่างไรก็ดี เด เมโอ เน้นย้ำว่า การก้าวสู่โลกไฮเทค Gucci ก็จะยังรักษาความคลาสสิกเอาไว้ เพื่อให้มั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จะเป็นทั้งอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ชาญฉลาด และเครื่องประดับแฟชั่นที่มีรสนิยมระดับสูงไปพร้อมกัน กลยุทธ์นี้สะท้อนถึงความพยายามในการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความหรูหรา ซึ่งอาจดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น