จีนเปิดแผน 5 ปี 'AI+' ครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ เดินหน้าสู้ศึกเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ
จีนเปิดแผน 5 ปี 'AI+' ครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ

จีนเปิดแผน 5 ปี 'AI+' ครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ เดินหน้าสู้ศึกเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ

รัฐบาลจีนได้เปิดตัวแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับใหม่ ซึ่งเน้นการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้ในทุกภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มผลิตภาพและก้าวขึ้นเป็นผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก แผนดังกล่าวมีเป้าหมายชัดเจนในการแซงหน้าสหรัฐอเมริกาในสงครามเทคโนโลยีที่กำลังเข้มข้นขึ้น

แผน 'AI+' ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนอย่างเต็มรูปแบบ

เอกสารแผนพัฒนาความยาวกว่า 141 หน้า ซึ่งเผยแพร่พร้อมกับการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ระบุว่า จีนต้อง "ยึดครองจุดยุทธศาสตร์ของการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" และสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญในเทคโนโลยีแกนหลัก แผนนี้กล่าวถึง AI มากกว่า 50 ครั้ง และเสนอ "AI+ Action Plan" ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การนำ AI ไปใช้ในทุกภาคเศรษฐกิจ

รัฐบาลจีนมองว่า AI และระบบอัตโนมัติเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่จีนกำลังเผชิญปัญหาประชากรสูงวัยและกำลังแรงงานลดลง มาตรการสำคัญในแผนรวมถึงการทดลองใช้หุ่นยนต์ทำงานในอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนแรงงาน การพัฒนา AI Agent ที่สามารถทำงานและตัดสินใจได้โดยมีมนุษย์กำกับน้อยลง และการนำ AI ไปใช้ในภาคการผลิต โลจิสติกส์ การศึกษา และระบบสาธารณสุข

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ลงทุนหนักในเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อก้าวนำคู่แข่ง

นอกจาก AI แล้ว แผนพัฒนายังประกาศการลงทุนในเทคโนโลยีระดับแนวหน้า เช่น ควอนตัมคอมพิวติ้ง 6G Embodied AI สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และอินเทอร์เฟซสมองกับเครื่องจักร (Brain–Machine Interface) โครงการวิจัยขนาดใหญ่ เช่น เทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชัน จรวดบรรทุกหนักแบบใช้ซ้ำ เครือข่ายสื่อสารควอนตัมระดับอวกาศ-โลก คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถขยายขนาดได้ และการทดลองสร้างสถานีวิจัยบนดวงจันทร์ ก็ถูกบรรจุไว้ในแผนนี้ด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือ การสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดมหึมา (Hyper-scale computing clusters) ซึ่งจะใช้พลังงานราคาถูกและมีปริมาณมากเพื่อรองรับการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ จีนยังประกาศสนับสนุนการพัฒนาชุมชน AI แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งนักวิเคราะห์จับตาว่าอาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายอิทธิพลด้านเทคโนโลยีในตลาดโลก โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา

การแข่งขันเทคโนโลยีจีน-สหรัฐฯ เข้าสู่เฟสใหม่ที่เข้มข้น

Kyle Chan นักวิจัยด้านเทคโนโลยีจีนจาก Brookings Institution ระบุว่า เป้าหมายของรัฐบาลปักกิ่งคือการใช้ AI และหุ่นยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเศรษฐกิจในวงกว้าง และการเร่งลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงสะท้อนการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น

ในอดีต จีนยังพึ่งพาเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ในหลายด้าน เช่น ชิปขั้นสูงและอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งกลายเป็นประเด็นตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ สหรัฐฯ จำกัดการส่งออกชิปขั้นสูง ขณะที่จีนใช้ทรัพยากรสำคัญอย่างแร่หายากและแร่สำคัญเป็นอำนาจต่อรอง การเติบโตของบริษัท AI จีนอย่าง DeepSeek ซึ่งสร้างโมเดล AI ที่มีต้นทุนการพัฒนาต่ำกว่าโมเดลตะวันตกหลายเท่า สะท้อนว่าการแข่งขันด้าน AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องแล็บ แต่กำลังขยายไปสู่การแข่งขันด้านต้นทุน โครงสร้างพื้นฐาน และระบบนิเวศเทคโนโลยี

นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและอำนาจรัฐไม่ต่างจากพลังงานหรืออาวุธยุทธศาสตร์ในอดีต แผนพัฒนา 5 ปีฉบับล่าสุดของจีนอาจเป็นสัญญาณชัดเจนว่า การแข่งขันด้าน AI ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่เฟสใหม่ที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเทคโนโลยี แต่เป็นการแข่งขันเพื่อกำหนดโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของโลกในอนาคต