สะพรึง! เชื้ออึดถึกทน โรคไข้ดิน ซ่อนในดินและน้ำ ประชาชนต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้ดินหรือเมลิออยด์ (Melioidosis) สามารถมีชีวิตอยู่ในดินและน้ำได้นานหลายปี โดยไม่ถูกทำลายจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรง
โรคไข้ดินคืออะไร
โรคไข้ดินเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่พบได้บ่อยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทย เชื้อ Burkholderia pseudomallei จะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลหรือรอยถลอกตามผิวหนัง การหายใจเอาฝุ่นดินที่มีเชื้อเข้าไป หรือการดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ อาการของโรคมีความหลากหลาย ตั้งแต่ไข้ ปอดอักเสบ ฝีในอวัยวะต่างๆ จนถึงภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ความทนทานของเชื้อ
เชื้อ Burkholderia pseudomallei มีความทนทานสูง สามารถอยู่รอดในดินแห้งได้นานถึง 2 ปี และในน้ำกลั่นได้นานกว่า 16 ปี นอกจากนี้ ยังทนต่อยาปฏิชีวนะหลายชนิด ทำให้การรักษาเป็นไปได้ยาก ผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
วิธีการป้องกัน
- สวมรองเท้าบูทยางเมื่อต้องเดินในที่ชื้นแฉะหรือพื้นที่เกษตรกรรม
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสดินหรือน้ำโดยตรงหากมีบาดแผล
- ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำหลังสัมผัสดิน
- ดื่มน้ำที่ผ่านการต้มหรือกรองที่ได้มาตรฐาน
สถานการณ์ในประเทศไทย
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไข้ดินประมาณ 2,000-3,000 รายต่อปี โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ที่มีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด
โรคไข้ดินเป็นภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในธรรมชาติ การรับรู้และการป้องกันที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและป้องกันการสูญเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้นได้



