นอนไม่หลับเสี่ยงโรคอ้วน-เบาหวาน-หัวใจ งานวิจัยชี้ชัด
นอนไม่หลับเสี่ยงโรคอ้วน-เบาหวาน-หัวใจ งานวิจัยชี้ชัด

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกเผยว่า การนอนไม่หลับเรื้อรัง (chronic insomnia) เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างมีนัยสำคัญ โดยพบว่าผู้ที่นอนหลับน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืนมีความเสี่ยงโรคอ้วนเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับผู้ที่นอนหลับ 7-8 ชั่วโมง

กลไกการเกิดโรคจากการนอนไม่พอ

ดร.เอริน ฮานลอน หัวหน้านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก กล่าวว่า "การนอนไม่เพียงพอส่งผลต่อฮอร์โมนเกรลินและเลปติน ซึ่งควบคุมความหิวและความอิ่ม ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกหิวมากขึ้นและกินมากขึ้น นอกจากนี้ยังลดความไวของอินซูลิน เพิ่มความเสี่ยงเบาหวาน"

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of the American College of Cardiology โดยติดตามอาสาสมัครกว่า 1,300 คนเป็นเวลา 5 ปี พบว่าผู้ที่นอนหลับน้อยกว่า 6 ชั่วโมงมีระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) สูงขึ้น 15% และความดันโลหิตสูงขึ้น 8% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่นอนหลับเพียงพอ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว

นอกจากโรคอ้วนและเบาหวานแล้ว การนอนไม่หลับยังเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือด 48% และโรคหลอดเลือดสมอง 15% ตามข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป

ศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุพัตรา ศรีวนิชชากร จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวเสริมว่า "ในประเทศไทย พบว่าผู้ใหญ่วัยทำงานกว่า 40% มีปัญหานอนไม่หลับ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสุขภาพเรื้อรังและค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่เพิ่มขึ้น"

คำแนะนำในการปรับพฤติกรรมการนอน

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ก่อนนอน รวมถึงจำกัดการใช้หน้าจออิเล็กทรอนิกส์อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนอน เพื่อช่วยปรับวงจรการนอนให้เป็นปกติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ตั้งอุณหภูมิห้องให้เย็นสบาย ประมาณ 18-22 องศาเซลเซียส
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่อย่าหนักเกินไปในช่วงใกล้เวลานอน
  • หากนอนไม่หลับนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย