จากกรณีข่าวการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งพบอัตราการติดเชื้อสูงในกลุ่มนิสิตใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามและมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ล่าสุดนายแพทย์หัสชา เนือยทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ออกมาชี้แจงว่าโรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก
สถานการณ์การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในมหาสารคาม
จากการตรวจคัดกรองประชาชนในพื้นที่จำนวน 20,000 คน พบอัตราการติดเชื้อประมาณ 11% ขณะที่การตรวจคัดกรองนิสิตใหม่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปีการศึกษา 2569 จำนวน 12,700 คน พบติดเชื้อมากถึง 4,233 คน คิดเป็น 33% ส่วนนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จำนวน 1,922 คน พบติดเชื้อ 380 ราย คิดเป็น 19%
ยารักษาโรคพยาธิใบไม้ตับ
นายแพทย์หัสชากล่าวว่า ยาหลักที่ใช้รักษาโรคพยาธิใบไม้ เช่น พยาธิใบไม้ในตับและพยาธิใบไม้ในลำไส้ คือ ยาพราซิควอนเทล (Praziquantel) ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้คำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของผู้ป่วย เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด โดยยามีราคาประมาณ 100-300 บาทต่อแผง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและสถานที่จำหน่าย อัตราการรักษาหายอยู่ที่ร้อยละ 91-95 หากได้รับการวินิจฉัยและรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างถูกต้อง
ข้อปฏิบัติ 5 ส. เพื่อลดความเสี่ยง
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคามแนะนำข้อปฏิบัติตัวสำหรับประชาชน ดังนี้
- สุก : กินปลาปรุงสุกเท่านั้น
- สะอาด : ล้างมือให้สะอาดก่อนปรุง ก่อนกิน หลังขับถ่าย
- ส้วม : ถ่ายลงส้วม ทิ้งสิ่งปฏิกูลถูกวิธี
- ส่งตรวจ : ผู้มีความเสี่ยงควรส่งตรวจอุจจาระ/ปัสสาวะปีละครั้ง
- สาธารณสุข : พบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กินยา รักษาเมื่อพบโรค และเลิกกินปลาดิบ
ข้อเท็จจริงที่ต้องรู้เกี่ยวกับพยาธิใบไม้ตับ
นายแพทย์หัสชาเน้นย้ำข้อเท็จจริงสำคัญที่ประชาชนควรทราบ ได้แก่ การดื่มสุรากับก้อยปลาดิบไม่สามารถฆ่าพยาธิได้ การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับบ่อยๆ เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดี การชิมปลาดิบเพียงเล็กน้อยก็สามารถติดเชื้อได้ และการบีบมะนาวเปรี้ยวใส่อาหารไม่สามารถฆ่าพยาธิได้
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถหาซื้อยาพราซิควอนเทลได้ตามร้านขายยาทั่วไป แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา เพื่อรับขนาดยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวและได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง



