สัญญาณโรคกระดูกสันหลังที่ควรผ่าตัด เทคนิคผ่าแผลเล็ก ลดเจ็บ ฟื้นตัวไว
สัญญาณโรคกระดูกสันหลังที่ควรผ่าตัด เทคนิคผ่าแผลเล็ก

สุขภาพกาย สัญญาณโรคกระดูกสันหลัง แบบไหนควรผ่าตัด? เปิดเทคนิคผ่าแผลเล็ก ลดเจ็บ โดย PPTV Online เผยแพร่: 5 มิ.ย. 2569 โรคกระดูกสันหลังเกิดได้จากความเสื่อม พฤติกรรม และอุบัติเหตุ ปัจจุบันมีเทคนิคผ่าตัดแผลเล็กช่วยลดเจ็บ ฟื้นตัวเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น

โรคกระดูกสันหลัง เป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่ยังมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่กังวลเกี่ยวกับการผ่าตัด เนื่องจากเชื่อว่าอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เจ็บปวด เสี่ยงต่ออัมพาต หรือใช้เวลาฟื้นตัวนาน ซึ่งในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การผ่าตัดโรคกระดูกสันหลังจึงมีเทคนิคและเครื่องมือใหม่ ๆ ที่ทำให้การผ่าตัดมีความปลอดภัย และไม่ได้น่ากลัวอย่างในอดีต

สัญญาณโรคกระดูกสันหลัง ปัจจัย และสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลัง

โรคกระดูกสันหลัง เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติ หรือความเสื่อมของกระดูกสันหลัง รวมถึงโครงสร้างที่เกี่ยวข้อง เช่น หมอนรองกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ ซึ่งมีปัจจัยและสาเหตุหลักที่พบบ่อย ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • อายุที่มากขึ้น ทำให้กระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูก และข้อต่อค่อย ๆ เสื่อมลง และนำไปสู่โรคหมอนรองกระดูกเสื่อม กระดูกสันหลังเสื่อม หรือโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การนั่งทำงานนาน ๆ การยกของหนักบ่อย ๆ หรืออยู่ในท่าทางที่มีแรงกดทับกระดูกสันหลังหนัก ๆ เป็นประจำ เช่น การนั่งไขว่ห้าง น้ำหนักตัวเกิน หรือภาวะอ้วน ทำให้กระดูกสันหลังต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติ
  • อุบัติเหตุ เช่น การหกล้ม อุบัติเหตุบนท้องถนน หรือบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา อาจทำให้กระดูกสันหลังหักหรือเคลื่อน
  • ความผิดปกติแต่กำเนิด และพันธุกรรม เช่น โรคกระดูกสันหลังคดตั้งแต่กำเนิด มีความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อโครงสร้างของกระดูก ทำให้เกิดภาวะแคระแกร็นแบบไม่สมส่วน หรือโรคกระดูกพรุน
  • โรคทางระบบประสาท และกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อหดเกร็ง หรือโรคทางระบบประสาทบางชนิดที่ส่งผลให้กระดูกสันหลังผิดรูป
  • การติดเชื้อ และเนื้องอก เช่น วัณโรคของกระดูกสันหลัง หรือมะเร็งที่ลุกลามมายังกระดูกสันหลัง
  • ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การสูบบุหรี่ที่ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

ประเภท และเทคนิคการผ่าตัดกระดูกสันหลัง

เทคนิคการผ่าตัดกระดูกสันหลังสามารถแบ่งได้ตามเครื่องมือที่ใช้ และลักษณะการทำงานของแพทย์ ดังนี้

การผ่าตัดแบบดั้งเดิม (Open Surgery)

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลขนาดใหญ่ แพทย์จะมองเห็นรอยโรคชัดเจน มีการเข้าถึงกระดูกสันหลังโดยตรง เหมาะกับโรคที่มีความซับซ้อน เช่น กระดูกสันหลังคดหรือโก่งมาก

การผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Spine Surgery: MISS)

ใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้อง ทั้งนี้ การผ่าตัดแผลเล็กผ่านกล้องยังมีการใช้เครื่องมือที่แยกย่อยลงไป เช่น การผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังแบบใช้กล้องจุลทรรศน์ (Microscopic Lumbar Microdiscectomy) เพื่อการขยายภาพบริเวณที่ทำการผ่าตัด เหมาะกับผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือโพรงประสาทตีบแคบ

การผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทด้วยวิธีส่องกล้อง (Full-Endoscopic Lumbar Discectomy: FED)

โดยใช้กล้องเอนโดสโคป จึงให้แผลขนาดเล็กเพียง 5-1 ซม. ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียงได้ดี

การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion)

เพื่อเพิ่มความมั่นคงในผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อน หรือหมอนรองกระดูกและข้อกระดูกสันหลังเสื่อม ซึ่งทำได้ในหลายเทคนิค เช่น การผ่าตัดเชื่อมข้อทางด้านหลังแบบแผลเล็ก (MIS TLIF) เชื่อมข้อทางด้านข้าง (OLIF) และเชื่อมข้อทางด้านหน้า (ALIF)

การผ่าตัดขยายโพรงเส้นประสาท (Decompressive Laminectomy)

เป็นการตัดกระดูกหรือเนื้อเยื่อที่กดทับเส้นประสาทออก เพื่อบรรเทาอาการปวดหรืออ่อนแรง

การผ่าตัดใส่โลหะยึดตรึงกระดูก (Percutaneous Screw Fixation)

ด้วยการใส่สกรูหรืออุปกรณ์โลหะผ่านแผลเล็กเพื่อยึดตรึงกระดูกสันหลังให้มั่นคง

การฉีดซีเมนต์เสริมกระดูก (Percutaneous Vertebral Augmentation)

เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกระดูกสันหลังที่ยุบหรือหักจากภาวะกระดูกพรุน

ตรวจวินิจฉัยอาการก่อนเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม

แพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อประเมินโครงสร้างกระดูก ตำแหน่ง และความรุนแรงของโรค ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกับอายุและโรคประจำตัวของผู้ป่วย ก่อนเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ด้วยการ

  • การซักประวัติอาการ สอบถามลักษณะอาการปวด เช่น ปวดร้าวลงแขนหรือขา อาการชา อ่อนแรง หรือปัญหาการควบคุมระบบขับถ่าย ซึ่งบ่งชี้ถึงความรุนแรงของการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง
  • การตรวจร่างกายทั่วไป สังเกตรูปร่าง และการเดินของผู้ป่วยว่าผิดปกติหรือไม่ เช่น กระดูกสันหลังคด โก่ง หรือมีท่าทางที่ไม่สมดุล รวมถึงการตรวจคอและหลังในท่าต่าง ๆ เพื่อดูความโค้งเว้าของกระดูกสันหลังและการเคลื่อนไหว
  • การทดสอบการเคลื่อนไหว เช่น การทำ Schober’s test เพื่อประเมินความยืดหยุ่นและการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังส่วนเอว
  • การตรวจระบบประสาท ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การรับรู้ความรู้สึก และการตอบสนองของเส้นประสาทแขน ขา เพื่อประเมินว่ามีการกดทับเส้นประสาทหรือไม่
  • การตรวจเอกซเรย์ (X-ray) ในท่ายืนหรือนั่ง เพื่อดูความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกสันหลัง เช่น กระดูกงอก กระดูกสันหลังคด เคลื่อน หรือโพรงไขสันหลังตีบแคบ

การผ่าตัดกระดูกสันหลังมักได้รับการพิจารณาก็ต่อเมื่อการรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด (Non-surgical treatment) ไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยมีอาการรุนแรงที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต โดยข้อบ่งชี้สำคัญ ได้แก่

  • มีอาการปวดหลัง หรือปวดคออย่างรุนแรงต่อเนื่องเกิน 6 สัปดาห์ และไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น การใช้ยา กายภาพบำบัด หรือฉีดยาเข้าช่องไขสันหลัง
  • มีอาการอ่อนแรง ชา หรือเจ็บร้าวลงแขนหรือขา ซึ่งเป็นสัญญาณของการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง
  • มีปัญหาในการควบคุมระบบขับถ่าย หรือการทำงานของกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ อันอาจเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉิน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วน
  • มีความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกสันหลังอย่างชัดเจน เช่น กระดูกสันหลังคด เคลื่อน หรือหัก ที่ทำให้การทรงตัวผิดปกติจนกระทบต่อการเดินหรือการใช้ชีวิต
  • มีภาวะโพรงไขสันหลังตีบแคบร่วมกับอาการปวดหรือชาที่ขา ทำให้เดินได้ระยะสั้นลงและมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ความแตกต่างของผลลัพธ์ที่ได้หลังการผ่าตัดในแต่ละเทคนิค

  • ผ่าตัดแบบเปิดแผลใหญ่ ฟื้นตัวช้า อาจปวดหลังมาก ต้องพักฟื้นนานหลายสัปดาห์ และนอนโรงพยาบาลหลายวัน แก้ไขโครงสร้างที่ผิดปกติได้อย่างชัดเจน
  • ผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว อาการปวดน้อย ใช้ยาแก้ปวดน้อย นอนโรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน ฟื้นตัวใน 1-2 สัปดาห์ แผลเล็ก เนื้อเยื่อเสียหายน้อย ลดความเสี่ยงติดเชื้อ แก้อาการปวดและกดทับเส้นประสาทได้อย่างรวดเร็ว
  • ผ่าตัดเชื่อมข้อ ฟื้นตัวปานกลางถึงช้า ขึ้นอยู่กับเทคนิคและจำนวนระดับกระดูกที่ผ่าตัด เพิ่มความมั่นคงของกระดูก ลดอาการปวดจากกระดูกเคลื่อนหรือไม่มั่นคง
  • การขยายโพรงเส้นประสาท ฟื้นตัวเร็วถึงปานกลาง ขึ้นกับระดับการกดทับและสุขภาพโดยรวม ลดแรงกดทับเส้นประสาทได้ดี บรรเทาอาการชา อ่อนแรง
  • การฉีดซีเมนต์เสริมกระดูก ฟื้นตัวเร็ว ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลนาน เพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ลดอาการปวด กลับมาเคลื่อนไหวได้ดี

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน คอนเทนต์สำหรับคุณ By Blue Dot เนื้อหาคัดสรรคุณภาพ