10 สมาคมเหล็กปลื้มกระทรวงอุตสาหกรรม กล้าชนผู้กระทำผิด-เชือดโรงงานไม่ได้มาตรฐาน
10 สมาคมเหล็กปลื้มกระทรวงอุตสาหกรรม กล้าชนผู้กระทำผิด

นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้นำผู้บริหาร 10 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย อาทิ สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น สมาคมเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน เข้าพบนายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อรายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนติดตามความคืบหน้าของมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็กต่างๆ และการตรวจติดตามผู้ได้รับใบอนุญาต การควบคุมและตรวจสอบสินค้าเหล็ก

กระทรวงอุตสาหกรรมกล้าปกป้องประชาชน

นายวิฤทธิ์ได้รับฟังข้อเสนอของ 10 สมาคมฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมเหล็ก 500 บริษัทในประเทศไทย ด้วยความใส่ใจ พร้อมนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กชื่นชมการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรมและสมอ. ที่กล้าชนผู้กระทำผิด โดยเดินหน้าจัดการโรงงานเหล็กที่ผลิตสินค้าไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและสร้างมลพิษ

เรื่องดังกล่าวเป็นเครื่องชี้วัดสำคัญว่า กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ใช่แค่กระทรวงที่ออกใบอนุญาต แต่กล้าปกป้องประชาชนและอุตสาหกรรมเหล็กไทย โดยมอก. ต้องมาก่อน กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ ไม่สามารถต่อรองได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สถานการณ์อุตสาหกรรมเหล็กไทย

ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการใช้เหล็กรวม 18.5 ล้านตัน แต่ผู้ผลิตเหล็กในประเทศมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 35% ที่ปริมาณผลิต 8.1 ล้านตัน โดยมีสินค้าเหล็กนำเข้ามากถึง 12 ล้านตัน คาดว่าปีนี้ ความต้องการใช้เหล็กของประเทศไทยจะถดถอยต่ำกว่าปีก่อนตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่อุตสาหกรรมเหล็กไทยประสบ 2 ปัญหาหลัก

ปัญหาสินค้าเหล็กทุ่มตลาดจากต่างชาติ

สินค้าเหล็กทุ่มตลาดจากต่างชาติทะลักเข้าไทย โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งปีที่ผ่านมาส่งออกเหล็กไปทั่วโลกมาก 119 ล้านตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ภูมิภาคต่างๆ ในโลกใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยง มาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น มาตรการตอบโต้การอุดหนุน ตลอดจนมาตรการที่ไม่ใช่ภาษีอย่างเข้มข้น รวดเร็ว ทำให้สินค้าเหล็กที่ไม่สามารถไปทุ่มตลาดในภูมิภาคดังกล่าวไหลทะลักเข้ามายังประเทศไทยอย่างรุนแรงต่อเนื่อง แม้ไทยจะใช้มาตรการ AD และ AC สำหรับเหล็กหลายรายการ แต่ก็ยังล่าช้าและมีช่องโหว่ที่ผู้นำเข้าหลบเลี่ยงกฎหมาย ประเทศไทยจึงเสมือนสนามรบ เพราะในขณะที่อุปสงค์ถดถอย การแข่งขันและแรงกดดันจากเหล็กราคาถูกจากต่างชาติก็รุนแรงขึ้น จากการที่หลายประเทศโดยเฉพาะจีนเร่งระบายกำลังการผลิตส่วนเกิน

ปัญหาโรงงานเหล็กเตาหลอม IF

โรงงานเหล็กเตาหลอมประเภท Induction Furnace ที่ถูกรัฐบาลจีนสั่งปิด เนื่องจากจีนมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหล็กด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงดำเนินการโละทิ้งโรงงานที่ใช้เตาหลอม IF ซึ่งใช้เทคโนโลยีล้าสมัย ขั้นตอนการหลอมไม่สามารถขจัดสารมลทินออกจากน้ำเหล็กได้ อีกทั้งยังก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและฝุ่นควันในระดับสูง ทำให้เครื่องจักรเก่าราคาถูกจากจีนไหลทะลักเข้าประเทศไทย ทำลายกลไกตลาด สร้างความเสี่ยงต่อผู้บริโภคสินค้าเหล็กเพราะคุณภาพไม่สม่ำเสมอ และสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กจำนวนมากในไทยซึ่งใช้เทคโนโลยีและมอก. ที่สูงกว่า

ข้อเรียกร้องของ 10 สมาคมเหล็ก

นายนาวากล่าวว่า 10 สมาคมเหล็กขอให้สมอ. พิจารณาบังคับใช้มอก. เพื่อยกระดับความปลอดภัย และควบคุมการผลิตเหล็กเส้นจากเตา IF โดยเข้มงวดตามกฎหมายให้ได้มาตรฐานใกล้เคียงกับระบบ EAF ซึ่งเป็นระบบปิดที่สามารถควบคุมคุณภาพน้ำเหล็กได้มาตรฐาน โดยโรงงานเหล็ก IF ต้องมีกระบวนการผลิตที่เพิ่มขั้นตอนปรุงแต่งน้ำเหล็กด้วย Ladle Furnace เพื่อให้การผลิตสินค้าเหล็กมีคุณภาพสม่ำเสมอ และปกป้องความปลอดภัยของประชาชนจากความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานการก่อสร้าง

“ผมขอเรียกร้องให้ประเทศไทยต้องยกเลิกการให้มีโรงงานเหล็กที่ใช้เตา IF โดยกำหนดช่วงให้ผู้ประกอบการเตา IF เปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีภายในระยะ 3 ปี ซึ่งนับเป็นเวลาที่มากพอ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่รัฐบาลจีนสั่งยกเลิกโรงงานเหล็กเตา IF มีการให้เวลาจำกัดเพียง 6 เดือนเท่านั้น”

นอกจากนี้ 10 สมาคมเหล็กยังขอชื่นชมกรมศุลกากรที่เข้มงวดในการตรวจจับการนำเข้าเหล็กผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการสำแดงพิกัดเท็จเพื่อเลี่ยงภาษีและอากรตอบโต้การทุ่มตลาด ซึ่งถือเป็นการอุดรูรั่วและนำรายได้จากผู้นำเข้าที่พยายามโกงอากรคืนประเทศชาติ ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจและผลกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ ภาครัฐต้องกล้าเลือกข้างให้ชัด ระหว่างผู้ประกอบการที่ทำถูกต้อง กับผู้ที่เลี่ยงกฎหมายและทำลายระบบ อย่าปล่อยให้ทุนเทามาบิดเบือนประเทศไทย