MINT ประกาศกำไรปี 68 พุ่ง 9.7 พันล้านบาท พร้อมทุ่มงบ 1.6 หมื่นล้านอัปเกรดสินทรัพย์
MINT กำไรปี 68 พุ่ง 9.7 พันล้าน ทุ่มงบ 1.6 หมื่นล้าน

MINT ประกาศผลประกอบการปี 2568 กำไรสุทธิพุ่ง 9,700 ล้านบาท เตรียมทุ่มงบลงทุนปี 2569 1.6 หมื่นล้านบาท

บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยผลประกอบการปี 2568 โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 9,700 ล้านบาท แม้จะเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น ความไม่ปลอดภัยที่กระทบนักท่องเที่ยวจีน เหตุแผ่นดินไหว ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และผลกระทบจากสงครามภาษี

ผลประกอบการแข็งแกร่งจากธุรกิจโรงแรมและอาหาร

ในไตรมาส 4 ปี 2568 MINT มีกำไรเพิ่มขึ้น 21% หรือ 3,472 ล้านบาท โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจ Minor Hotels มีกำไรในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 32% จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในยุโรป ไทย และมัลดีฟส์ ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปีเพิ่มขึ้น 32% ขณะที่กำไรสุทธิตามงบการเงินเพิ่มขึ้น 38%

ด้าน ธุรกิจ Minor Food มีกำไรในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้น 6% จากแรงหนุนการปรับปรุงการดำเนินงานในออสเตรเลียและจีน ผ่านการปรับกลยุทธ์แบรนด์และการบริหารจัดการร้านที่ตรงจุด ทำให้กำไรสุทธิทั้งปีเพิ่มขึ้น 5% และกำไรสุทธิตามงบการเงินเพิ่มขึ้น 19%

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แผนการลงทุนปี 2569 มุ่งอัปเกรดสินทรัพย์รับการท่องเที่ยวฟื้นตัว

MINT ตั้งงบลงทุนในปี 2569 ไว้ที่ 15,000-16,000 ล้านบาท โดยเน้นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนคุ้มค่า 60% ของงบลงทุน จะใช้ในการอัปเกรดและรีโนเวทโรงแรมหลักให้ทันสมัย 10% ของงบลงทุน จะลงทุนใน Branded Residence เช่น คอนโดมิเนียมและวิลล่าหรู ส่วนที่เหลือจะใช้สำหรับ Digital Transformation และการขยายสาขาร้านอาหารแบบ Asset-light ที่ใช้เงินลงทุนน้อยแต่สร้างประสิทธิภาพสูง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผู้บริหารมองว่าปี 2569 มีทิศทางสดใสจากเสถียรภาพทางการเมืองไทยที่ชัดเจนขึ้นหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะส่งผลต่อความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ กระแสเงินทุนไหลเข้า และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวจากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล

แผนจัดตั้ง REIT และส่ง Minor Food เข้าตลาดหลักทรัพย์

MINT เตรียมจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) มูลค่าเริ่มต้นประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดจะมีโรงแรมเข้าร่วม 14 แห่ง แบ่งเป็นยุโรป 12 แห่ง และไทย 2 แห่ง บริษัทวางแผนจดทะเบียน REIT ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) เนื่องจากนักลงทุนสิงคโปร์มีความเชี่ยวชาญและมอง REIT เป็นตราสารทุนที่ชัดเจน

นอกจากนี้ MINT กำลังพิจารณานำ Minor Food เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เนื่องจากตลาดฮ่องกงมี Valuation ที่จูงใจและมีนักลงทุนที่ต้องการกระจายพอร์ตจากหุ้นจีนมาสู่หุ้นกลุ่ม Southeast Asia Play คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงปลายปี

ความเสี่ยงและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล

แม้มีแผนการเติบโต แต่ MINT ยอมรับว่าปี 2569 ยังมีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะค่าเงินบาทแข็งที่เป็นความท้าทายหลัก นายดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ฝากข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยว ดังนี้

  • รัฐบาลควรมีความต่อเนื่องของนโยบายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
  • ต้องมีธรรมาภิบาลและความโปร่งใสเพื่อดึงดูดเงินทุนต่างชาติ
  • เร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยและสร้าง Destination ใหม่ๆ
  • ปฏิรูปภาคการผลิตและเกษตรเพื่อเพิ่ม Value-added และแข่งขันในระดับสากล
  • แก้ไขปัญหาบาทแข็งเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและการส่งออก
  • เร่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

สำหรับประเด็นความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ผู้บริหารยืนยันว่าผลกระทบมีจำกัด เนื่องจากบริษัทมีสาขาในกัมพูชาเพียง 50 แห่งจากทั้งหมดกว่า 2,700 แห่ง และเกือบทั้งหมดดำเนินธุรกิจผ่านระบบแฟรนไชส์ ทำให้พอร์ตโฟลิโอโดยรวมยังเติบโตได้แข็งแกร่ง