ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (5 มี.ค. 68) ลดลง 1.91 จุด หรือ 0.14% มาอยู่ที่ 1,340.85 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 4.5 หมื่นล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1.2 พันล้านบาท ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงตามแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก
แรงขายจากต่างชาติกดดันตลาด
นายกรกฏ วัฒนวิเชียร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า "แรงขายของนักลงทุนต่างชาติเป็นปัจจัยหลักที่กดดันตลาดวันนี้ โดยเฉพาะในหุ้นขนาดใหญ่ เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว">
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการลดดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติปรับพอร์ตการลงทุน
ปัจจัยภายในยังคงอ่อนแอ
นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว ปัจจัยภายในประเทศยังคงไม่สดใส โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในการลงทุน
หุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในวันนี้ ได้แก่ หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร ซึ่งเป็นหุ้นที่มีน้ำหนักมากในดัชนี โดยหุ้น PTT ลดลง 1.2% หุ้น SCB ลดลง 0.8% และหุ้น KBANK ลดลง 0.5%
แนวโน้มระยะสั้นยังผันผวน
นักวิเคราะห์คาดว่าในระยะสั้น ตลาดหุ้นไทยยังคงมีแนวโน้มผันผวน เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาหนุน ขณะที่แรงขายของนักลงทุนต่างชาติยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
"เราคาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,330-1,360 จุด โดยนักลงทุนควรรอดูความชัดเจนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย" นายกรกฏกล่าวทิ้งท้าย



