ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (21 มิ.ย.) ดัชนี SET ปรับตัวลดลง 2.66 จุด หรือ 0.17% มาอยู่ที่ 1,533.65 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 45,678 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ตลอดทั้งวัน เนื่องจากไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น ขณะที่นักลงทุนยังคงกังวลแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ไร้ปัจจัยบวกใหม่ ฉุดดัชนีแกว่งไซด์เวย์
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ซึมตัวลงตามคาด เนื่องจากไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาหนุน โดยเฉพาะประเด็นการเมืองในประเทศที่ยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศส่วนใหญ่ก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดยเฉพาะตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันสกุลเงินในภูมิภาค รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,200 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,200 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 500 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 700 ล้านบาท โดยหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่ CPALL, PTT, และ ADVANC
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (22 มิ.ย.) นายกรภัทรคาดว่า ดัชนีจะยังคงแกว่งตัวในกรอบ โดยมีแนวรับที่ 1,525 จุด และแนวต้านที่ 1,545 จุด โดยนักลงทุนควรติดตามปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ยอดขายบ้านมือสอง และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน



