ตลาดหุ้นไทยวันนี้เผชิญความผันผวนสูง แม้มีเงินทุนไหลเข้าสนับสนุน
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ บล.ดาโอ ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับทิศทางตลาดหุ้นไทยในวันนี้ โดยคาดการณ์ว่าดัชนีหุ้นจะมีการเคลื่อนไหวผันผวนในระดับสูง แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินทุนไหลเข้าจากนักลงทุนต่างชาติก็ตาม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่อาจปะทุเป็นสงคราม ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินต่างประเทศ และเป็นปัจจัยลบที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยภายในประเทศที่ส่งผลต่อตลาดหุ้น
ในด้านปัจจัยภายในประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ดาโอชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์การเมืองไทยอยู่ในช่วงที่เป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของประเทศอีกครั้ง เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการเลือกตั้งซ่อม และรอการรับรองผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ การเปิดประชุมสภาและการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพยังเป็นผลดีต่อการดำเนินนโยบายต่างๆ ซึ่งอาจช่วยดึงดูดการไหลเข้าของ Fund Flow ต่อไป
ผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้นไทยก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยบริษัทต่างๆ ทยอยส่งงบการเงินไตรมาส 4 อย่างต่อเนื่อง และหลายบริษัทขนาดใหญ่ประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตราที่สูงกว่าปีก่อน พร้อมกับเงินปันผลพิเศษ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ถือหุ้น บล.ดาโอประเมินกำไรไตรมาส 4 ของปี 2025 ไว้ที่ประมาณ 2.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อน แต่ลดลง 15% จากไตรมาสก่อนหน้า หากตัวเลขออกมาตามนี้ กำไรตลาดหุ้นไทยทั้งปีจะจบที่ 1.1 ล้านล้านบาท ด้วยกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 88 บาท
ข้อมูล Fund Flow และค่าเงินบาทล่าสุด
สำหรับกระแสเงินทุนไหลเข้า เมื่อวานนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2569) นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเป็นมูลค่าสูงถึง 4,866 ล้านบาท ในขณะที่ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,951 ล้านบาท ส่วนค่าเงินบาทปิดตลาดเย็นที่ระดับ 31.18 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแข็งค่าขึ้นจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ 31.25 บาทต่อดอลลาร์ โดยเป็นการแข็งค่าที่สูงสุดในภูมิภาค เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้าและราคาทองคำโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น นักบริหารเงินคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 31.05 ถึง 31.30 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องจับตา
ในส่วนของปัจจัยต่างประเทศ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเป็นประเด็นสำคัญ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขีดเส้นตายให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ภายใน 10-15 วัน นับจากวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่เลวร้าย ความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ส่งผลให้หุ้นในตลาดต่างประเทศร่วงลง และกระตุ้นให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงกว่า 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ คดีภาษีของทรัมป์ก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม ศาลฎีกาสหรัฐอเมริกากำหนดประกาศคำตัดสินในวันนี้ (20 กุมภาพันธ์) หลังจากยืดเยื้อมานาน ซึ่งคำตัดสินนี้จะชี้ว่าการเรียกเก็บภาษีของทรัมป์ผิดหรือไม่ และหากผิด จะมีการกำหนดชดเชยความเสียหายอย่างไร อย่างไรก็ตาม ทรัมป์อาจใช้กฎหมายทางเลือกอื่นเพื่อเรียกเก็บภาษีรายอุตสาหกรรมหรือรายประเทศได้
เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยวันนี้มีการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เช่น GDP และ PCE ซึ่งตลาดให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นตัวบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ที่อาจนำไปสู่แนวทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) แม้ว่ารายงานก่อนหน้านี้จะส่งสัญญาณความกังวลด้านเงินเฟ้อ แต่ตลาดยังคงคาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ จากระดับปัจจุบันที่ 3.50-3.75%
กลยุทธ์การลงทุนและคำแนะนำจากบล.ดาโอ
บล.ดาโอให้คำแนะนำกลยุทธ์การลงทุนสำหรับวันนี้ว่า ตลาดอาจลดความร้อนแรงลงชั่วคราว เนื่องจากอาจเกิดเหตุการณ์สำคัญในช่วงวันหยุด เช่น ข่าวที่สื่อรายงานว่าสหรัฐอเมริกาอาจโจมตีอิหร่าน และคดีภาษีของทรัมป์ที่ศาลฎีกากำลังพิจารณา ดังนั้น แนะนำให้ขายทำกำไรหุ้นออกไปบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับพอร์ตหุ้นแนะนำ บล.ดาโอนำหุ้น ITC ออก และปรับพอร์ตประกอบด้วยหุ้นต่างๆ เช่น BDMS, KTB, COM7, SIRI, TRUE, CPALL, ADVANC ในสัดส่วนที่กำหนด รวมถึงหุ้นทางเทคนิค เช่น EGCO และ PLUS ซึ่งนักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด



